ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เมื่อสมองทำงานหนัก...ก็อยากพัก! งานวิจัยเผย ความคิดมาก ทำให้รู้สึกแย่ได้จริง!

เมื่อสมองทำงานหนัก...ก็อยากพัก! งานวิจัยเผย ความคิดมาก ทำให้รู้สึกแย่ได้จริง!

เคยไหม? รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งที่ไม่ได้ทำกิจกรรมอะไรหนักหน่วง หรือบางครั้งแค่นั่งคิดอะไรเพลินๆ กลับรู้สึกเหมือนพลังงานในร่างกายถูกดูดออกไปจนหมด หลายคนอาจไม่รู้ว่า แท้จริงแล้ว การใช้ความคิดอย่างหนักหน่วงนั้นส่งผลต่อสภาพร่างกายและจิตใจได้มากกว่าที่เราคิด และนี่ไม่ใช่เรื่องที่เราคิดไปเอง เพราะมีงานวิจัยออกมายืนยันแล้วว่า “การคิดมาก” นั้นสัมพันธ์กับความรู้สึกแย่จริงๆ

ผลการศึกษาชี้ชัด! คิดมาก = รู้สึกแย่

งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Neuroscience เผยผลการศึกษาที่น่าสนใจ โดยทำการทดลองกับอาสาสมัครจำนวนหนึ่ง แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจที่ต้องใช้สมองอย่างหนักหน่วง ในขณะที่อีกกลุ่มได้รับมอบหมายให้ทำภารกิจง่ายๆ ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ต้องใช้ความคิดมาก มีแนวโน้มแสดงออกถึงความเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย และขาดสมาธิ มากกว่ากลุ่มที่ทำภารกิจง่ายๆ อย่างเห็นได้ชัด

สารเคมีในสมอง ก็มีส่วน!

ไม่ใช่แค่ความรู้สึกเท่านั้น แต่ผลการวิจัยยังพบอีกว่า การใช้ความคิดอย่างหนักส่งผลต่อระดับสารเคมีในสมอง โดยเฉพาะ “กลูตาเมต” (Glutamate) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และความจำ เมื่อสมองทำงานหนัก ระดับกลูตาเมตในสมองส่วนหน้าผาก ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุมการตัดสินใจ การวางแผน และการควบคุมตนเอง จะเพิ่มสูงขึ้น หากระดับกลูตาเมตสูงเกินไป จะส่งผลเสียต่อการทำงานของสมอง ทำให้เกิดความรู้สึกเหนื่อยล้า เบื่อหน่าย และขาดสมาธิได้ในที่สุด

แล้วเราควรทำอย่างไร? เมื่อต้องใช้สมองอย่างหนัก

ถึงแม้ว่างานวิจัยจะยืนยันว่า การคิดมากส่งผลเสียต่อสภาพร่างกายและจิตใจได้จริง แต่เราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้สมองได้ ดังนั้น เราควรหาวิธีรับมือ และดูแลตัวเอง เมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ต้องใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง

ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้:

  1. พักสมองอย่างสม่ำเสมอ: แบ่งเวลาพักสั้นๆ 5-10 นาที ทุกๆ 1 ชั่วโมง ลุกขึ้นเดิน ยืดเส้นยืดสาย หรือมองออกไปไกลๆ เพื่อพักสายตาและสมอง
  2. ฝึกสมาธิ: การฝึกสมาธิ เช่น การนั่งสมาธิ การฝึกหายใจ เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการจดจ่อ และลดความเครียดสะสมได้
  3. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ 6-8 ชั่วโมงต่อคืน เป็นสิ่งสำคัญ เพราะช่วงเวลาที่เรานอนหลับ สมองจะได้พักผ่อน และจัดระเบียบข้อมูลต่างๆ
  4. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์: อาหารบำรุงสมอง เช่น ปลาทะเลน้ำลึก ธัญพืช ผักใบเขียว ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ จะช่วยบำรุงการทำงานของสมอง และเพิ่มประสิทธิภาพในการคิด
  5. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ: การออกกำลังกาย อย่างน้อย 30 นาที 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ไม่เพียงแต่ดีต่อสุขภาพร่างกาย แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสมอง และลดความเครียดได้อีกด้วย


การดูแลสุขภาพกายและใจ เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทาย และสถานการณ์ที่บีบบังคับให้ต้องใช้ความคิด การรู้เท่าทันความรู้สึก และใส่ใจดูแลตัวเอง จะเป็นเกราะป้องกัน ไม่ให้เราตกเป็นทาสของความคิด และใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข

#สุขภาพจิต #สมอง #ความเครียด #งานวิจัย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...