ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

โรคตับในเด็ก: ภัยเงียบที่พ่อแม่ต้องระวัง

โรคตับในเด็ก: ภัยเงียบที่พ่อแม่ต้องระวัง

ตับ ถือเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่หลายอย่าง ทั้งกำจัดของเสีย สร้างโปรตีน และช่วยย่อยอาหาร แต่ในเด็กเล็ก ตับที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่อาจมีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ได้ง่าย บทความนี้จะพาไปเจาะลึกถึง โรคตับในเด็ก สาเหตุ อาการ การรักษา และการป้องกัน เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครอง และผู้ที่สนใจ ได้ตระหนักและดูแลเด็กๆ ได้อย่างถูกต้อง


โรคตับในเด็ก มีอะไรบ้าง?

โรคตับในเด็กมีหลายประเภท แต่ละโรคมีสาเหตุและความรุนแรงต่างกันไป ตัวอย่างโรคตับที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่:

  1. ภาวะดีซ่านหรือตัวเหลืองในเด็กแรกเกิด (Neonatal Jaundice) เกิดจากภาวะบิลิรูบินในเลือดสูง ซึ่งบิลิรูบินเป็นสารสีเหลืองที่เกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง หากมีปริมาณมากจะทำให้ผิวหนังและตาขาวเป็นสีเหลือง ภาวะนี้พบได้บ่อยในเด็กแรกเกิด ส่วนใหญ่มักไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่บางกรณีอาจเป็นสัญญาณของโรคตับอื่นๆ ได้
  2. ตับอักเสบจากไวรัส (Viral Hepatitis) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอ บี ซี ซึ่งทำให้เกิดการอักเสบของตับ อาการมีตั้งแต่เล็กน้อยจนถึงรุนแรง เช่น ไข้ ตัวเหลือง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง อ่อนเพลีย บางชนิดอาจนำไปสู่ภาวะตับวายได้
  3. โรคตับแข็ง (Cirrhosis) คือภาวะที่เนื้อเยื่อตับถูกทำลายและถูกแทนที่ด้วยพังผืด ทำให้ตับทำงานผิดปกติ โรคนี้มักเกิดจากโรคตับเรื้อรัง เช่น ตับอักเสบเรื้อรัง ภาวะไขมันในตับ โรคทางพันธุกรรม
  4. โรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อตับ เช่น ธาลัสซีเมีย โรค Wilson’s disease ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการสะสมของทองแดงในร่างกายมากเกินไปจนเป็นพิษต่อตับและอวัยวะอื่น

สาเหตุของโรคตับในเด็ก

โรคตับในเด็กมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย บางอย่างสามารถป้องกันได้ แต่บางอย่างก็เป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้ตั้งแต่กำเนิด สาเหตุหลักๆ ได้แก่:

  • การติดเชื้อ ทั้งจากเชื้อไวรัส แบคทีเรีย หรือปรสิต
  • ความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันทำลายตับของตัวเอง
  • พันธุกรรม เช่น ธาลัสซีเมีย โรค Wilson's disease
  • ยาและสารพิษ เช่น พาราเซตามอล สารเคมีกำจัดศัตรูพืช
  • ภาวะอ้วน และภาวะไขมันพอกตับในเด็กที่เพิ่มสูงขึ้น
  • เนื้องอกในตับ

อาการของโรคตับในเด็กที่พ่อแม่ต้องสังเกต

อาการของโรคตับในเด็กมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับชนิด ความรุนแรง และระยะของโรค บางครั้งโรคตับอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะเริ่มแรก ทำให้การวินิจฉัยเป็นไปได้ยาก ดังนั้น พ่อแม่ควรสังเกตอาการผิดปกติของลูกน้อย ดังนี้

  • ดีซ่านหรือตัวเหลือง ที่ผิวหนังและตาขาว
  • ปัสสาวะสีเข้ม อุจจาระสีซีด
  • ท้องอืด เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • คลื่นไส้ อาเจียน
  • อ่อนเพลีย ซึม
  • มีเลือดออกง่าย เช่น เลือดกำเดาไหล เหงือกเลือดออก
  • มีจ้ำเลือดตามร่างกาย โดยไม่ทราบสาเหตุ
  • คันตามตัว

การวินิจฉัยโรคตับในเด็ก

แพทย์จะซักประวัติ ตรวจร่างกาย และส่งตรวจเพิ่มเติม เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและหาสาเหตุของโรคตับ เช่น

  • ตรวจเลือด เพื่อดูการทำงานของตับ เชื้อไวรัสตับอักเสบ ภูมิคุ้มกัน
  • อัลตราซาวด์ช่องท้อง เพื่อดูขนาด รูปร่าง และลักษณะของตับ
  • การตรวจชิ้นเนื้อตับ เพื่อนำเนื้อเยื่อตับไปตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของโรค

การรักษาโรคตับในเด็ก

การรักษาโรคตับในเด็กขึ้นอยู่กับชนิด ความรุนแรง และสาเหตุของโรค แพทย์จะเป็นผู้ให้การรักษาที่เหมาะสม ซึ่งอาจประกอบด้วย

  • การรักษาตามอาการ เช่น ให้ยาแก้คลื่นไส้อาเจียน ยาลดไข้
  • การรักษาที่สาเหตุ เช่น ให้ยารักษาภาวะติดเชื้อ ยาปรับภูมิคุ้มกัน
  • การดูแลประคับประคอง เช่น ควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงสารที่ทำลายตับ
  • การผ่าตัด เช่น ในกรณีที่เป็นเนื้องอกในตับ หรือการปลูกถ่ายตับ

การป้องกันโรคตับในเด็ก

โรคตับในเด็กบางชนิดสามารถป้องกันได้ ด้วยการดูแลสุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกัน และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง เช่น

  • ฉีดวัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด
  • ดื่มน้ำสะอาด รับประทานอาหารที่ปรุงสุก
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสเลือด สารคัดหลั่ง ของผู้อื่น
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยา สารเคมี โดยไม่ปรึกษาแพทย์
  • ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
  • ควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วน
  • ตรวจสุขภาพประจำปี

ตารางแสดงข้อมูลเกี่ยวกับไวรัสตับอักเสบที่พบบ่อย

ไวรัส การติดต่อ วัคซีน
ไวรัสตับอักเสบ A อาหารและน้ำที่ปปนเปื้อนเชื้อ อุจจาระ มี
ไวรัสตับอักเสบ B เลือด สารคัดหลั่ง จากแม่สู่ลูก มี
ไวรัสตับอักเสบ C เลือด สารคัดหลั่ง ไม่มี


Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า ตับเป็นอวัยวะภายในที่ใหญ่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ และเป็นอวัยวะเดียวที่สามารถงอกใหม่ได้เอง ถึงแม้จะถูกตัดออกไปถึง 2/3

โรคตับในเด็กเป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่าที่คิด การดูแลเอาใจใส่สุขภาพ สร้างภูมิคุ้มกัน และหมั่นสังเกตอาการผิดปกติของลูกน้อย คือสิ่งสำคัญที่พ่อแม่ทุกคนสามารถทำได้ เพื่อให้เด็กๆ เติบโตอย่างแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

#โรคตับในเด็ก #สุขภาพเด็ก #เลี้ยงลูก #ไวรัสตับอักเสบ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...