ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เพลิงไหม้ป่าลุกลามใกล้กรุงเอเธนส์ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

เพลิงไหม้ป่าลุกลามใกล้กรุงเอเธนส์ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

เพลิงไหม้ป่าลุกลามใกล้กรุงเอเธนส์ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

สถานการณ์ไฟป่าในแถบชานเมืองทางตะวันออกของกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเปลวเพลิงได้ลุกลามเข้าใกล้บ้านเรือนประชาชน สร้างความเสียหายแก่พื้นที่ป่าและบังคับให้ต้องอพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากบ้านเรือน

เหตุการณ์ไฟป่าครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 17 กรกฎาคม 2566 บริเวณพื้นที่ป่าใกล้กับเมืองคูวาราส (Kouvaras) ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงเอเธนส์ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 27 กิโลเมตร โดยมีรายงานว่าสาเหตุเกิดจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงฤดูร้อน ประกอบกับกระแสลมแรงที่ทำให้ไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกว่า 200 นาย พร้อมด้วยรถดับเพลิงกว่า 70 คัน เฮลิคอปเตอร์ดับเพลิง 7 ลำ และเครื่องบินโปรยน้ำดับเพลิงอีก 4 ลำ ถูกระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน แต่ด้วยสภาพอากาศที่ร้อนจัดและลมกระโชกแรง ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปอย่างยากลำบาก

จากข้อมูลของหน่วยงานป้องกันภัยพลเรือนของกรีซ ระบุว่า เพลิงได้เผาผลาญพื้นที่ป่าไปแล้วกว่า 2,500 ไร่ และสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนประชาชนอย่างน้อย 12 หลัง นอกจากนี้ ยังมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการสำลักควันไฟอีกจำนวนหนึ่ง

ทางการกรีซได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ประสบภัย และสั่งอพยพประชาชนในรัศมี 5 กิโลเมตรโดยรอบจุดเกิดเหตุไปยังพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ขณะเดียวกัน สหภาพยุโรป (EU) ได้ส่งเครื่องบินดับเพลิง 2 ลำ จากฝรั่งเศสและอิตาลี เข้าร่วมสนับสนุนภารกิจดับเพลิงในครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ไฟป่าในกรีซ: วิกฤตซ้ำซากจากสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง

เหตุการณ์ไฟป่าครั้งใหญ่นับเป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศกรีซ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูร้อนที่มีอุณหภูมิสูงและแห้งแล้ง ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้สถานการณ์ไฟป่าในกรีซทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกิดจากผลกระทบของสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง (Climate Change) ที่ส่งผลให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลของธนาคารโลก พบว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในประเทศกรีซได้เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 องศาเซลเซียส นับตั้งแต่ปี 1960 และคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 2-3 องศาเซลเซียส ภายในปี 2100 หากไม่มีมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างจริงจัง

อุณหภูมิที่สูงขึ้น ไม่เพียงแต่จะทำให้เกิดสภาวะแห้งแล้งและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไฟป่าเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ระบบเศรษฐกิจ และสุขภาพของประชาชนในวงกว้างอีกด้วย

ความร่วมมือและการเตรียมความพร้อม: กุญแจสำคัญในการรับมือวิกฤต

แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดไฟป่า แต่ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนและการเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติล่วงหน้าก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน

รัฐบาลกรีซได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อรับมือกับสถานการณ์ไฟป่า อาทิ การเพิ่มงบประมาณและบุคลากรสำหรับการป้องกันและควบคุมไฟป่า การรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของไฟป่า การจัดตั้งระบบเตือนภัยล่วงหน้าที่ทันสมัย และการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการจัดการไฟป่า

ตารางแสดงสถิติความเสียหายจากไฟป่าในกรีซ ระหว่างปี 2018-2022

ปี จำนวนครั้งที่เกิดไฟป่า พื้นที่ป่าที่ถูกเผาผลาญ (เฮกตาร์) ความเสียหายโดยประมาณ (ล้านยูโร)
2018 1,548 120,000 500
2019 1,212 80,000 300
2020 987 60,000 200
2021 1,754 130,000 600
2022 1,003 75,000 250

* ข้อมูลจากรายงานของคณะกรรมาธิการยุโรป

Fun Fact:

- ประเทศกรีซมีพื้นที่ป่าคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 25% ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ

- ต้นไม้ส่วนใหญ่ในป่าของกรีซเป็นไม้เนื้อแข็ง เช่น ต้นสน ต้นโอ๊ก และต้นไซเปรส

- ป่าของกรีซเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด รวมถึงหมีสีน้ำตาล หมาป่า กวาง และนกนานาพันธุ์

การรับมือกับวิกฤตไฟป่าอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ การสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการป้องกันไฟป่า การบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน และการพัฒนานวัตกรรมด้านการป้องกันและควบคุมไฟป่า ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสียจากภัยพิบัติครั้งนี้ในอนาคต

#ไฟป่า #กรีซ #สิ่งแวดล้อม #ภัยพิบัติ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...