ทรัมป์ล้มเลิกสัมภาษณ์ หลังถูกสื่อตั้งคำถามถึงข้ออ้างที่น่าสงสัยเกี่ยวกับอัตราอาชญากรรม
อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยุติการสัมภาษณ์กับสำนักข่าวชื่อดังอย่างกะทันหัน หลังถูกนักข่าวตั้งคำถามเชิงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับข้ออ้างของเขาที่ว่า อัตราอาชญากรรมในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นระหว่างการบันทึกเทปรายการสัมภาษณ์ โดยทรัมป์แสดงความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนักข่าวเริ่มตั้งคำถามถึงความถูกต้องของข้อมูลที่เขานำมาใช้อ้างอิง
ทรัมป์ ซึ่งก่อนหน้านี้เคยกล่าวอ้างซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับ "อาชญากรรมที่สูงเป็นประวัติการณ์" โดยอ้างถึงเหตุการณ์ความไม่สงบในเมืองใหญ่ๆ หลายแห่ง อย่างไรก็ตาม สถิติจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายกลับแสดงให้เห็นภาพที่แตกต่างออกไป ข้อมูลจาก FBI ชี้ให้เห็นว่า อัตราอาชญากรรมรุนแรงในสหรัฐฯ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงสามทศวรรษที่ผ่านมา
ตัวอย่างเช่น ในปี 1991 อัตราการฆาตกรรมในสหรัฐฯ อยู่ที่ 9.8 ต่อประชากร 100,000 คน ในขณะที่ปี 2020 อัตราดังกล่าวลดลงเหลือ 6.5 ต่อประชากร 100,000 คน แม้จะมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่ตัวเลขโดยรวมยังคงต่ำกว่าสถิติสูงสุดในช่วงต้นทศวรรษ 1990 อย่างมีนัยสำคัญ
| ปี | อัตราการฆาตกรรม (ต่อประชากร 100,000 คน) |
|---|---|
| 1991 | 9.8 |
| 2000 | 5.5 |
| 2010 | 4.7 |
| 2020 | 6.5 |
นักวิชาการด้านอาชญาวิทยาหลายคน ชี้ให้เห็นว่า การลดลงของอัตราอาชญากรรมในระยะยาว เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงการปรับปรุงกลยุทธ์การรักษาความปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงทางด้านประชากรศาสตร์ และการปรับปรุงสภาพเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังคงยืนยันในคำกล่าวอ้างของเขา โดยกล่าวโทษสื่อมวลชนว่ารายงานข่าวบิดเบือน และกล่าวหาว่า พรรคเดโมแครตเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการเพิ่มขึ้นของอาชญากรรม
การล้มเลิกการสัมภาษณ์อย่างกะทันหันในครั้งนี้ ถือเป็นอีกครั้งที่ทรัมป์แสดงความไม่พอใจต่อการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสื่อมวลชน และเลือกที่จะเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง
#ทรัมป์ #อาชญากรรม #สหรัฐอเมริกา #ข่าว