ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Hum: เที่ยวชมเมืองที่เล็กที่สุดในโลก

Hum: เที่ยวชมเมืองที่เล็กที่สุดในโลก

Hum: เที่ยวชมเมืองที่เล็กที่สุดในโลก

เมื่อเอ่ยถึง “เมือง” ภาพในหัวของใครหลายคนคงนึกถึงตึกระฟ้า เสียงจอแจของผู้คน รถยนต์วิ่งขวักไขว่ไปมา แต่เชื่อหรือไม่ว่า บนโลกใบนี้มีเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในประเทศโครเอเชีย ที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นเมืองที่เล็กที่สุดในโลกด้วยจำนวนประชากรเพียง 20 กว่าคนเท่านั้น! เมืองที่ว่านี้มีนามว่า “Hum” (ฮัม)

Hum: ตำนานเมืองเล็กแห่งโครเอเชีย

Hum ตั้งอยู่บนเนินเขาสูงชันใจกลางคาบสมุทรอิสเตรีย (Istria) ประเทศโครเอเชีย ก่อตั้งขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 11 โดยชนเผ่าฮิลล์ฟอร์ต (Hillfort)

สิ่งที่ทำให้ Hum โดดเด่นและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกคือขนาดของเมืองที่มีพื้นที่เพียง 100 เมตร ยาว 300 เมตร ภายในกำแพงเมืองเก่าแก่ที่ยังคงความสมบูรณ์แบบ ประกอบไปด้วยบ้านเรือนเพียง 10 หลัง โบสถ์ 2 แห่ง ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก แม้จะมีขนาดเล็ก แต่ Hum กลับเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์ ทั้งสถาปัตยกรรมแบบโกธิกและเรอเนซองส์ที่งดงาม วัฒนธรรมและประเพณีท้องถิ่นที่สืบทอดกันมายาวนาน

เสน่ห์เมืองเล็กที่ไม่เล็กในความประทับใจ

นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างเดินทางมาสัมผัสเมืองเล็กๆ แห่งนี้ด้วยตัวเอง โดยกิจกรรมยอดนิยมคือการเดินเล่นชมเมือง ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ลิ้มรสอาหารและไวน์ท้องถิ่น

Fun Fact!

- รู้หรือไม่ว่า Hum เคยได้รับการบันทึกลงใน Guinness Book of World Records ว่าเป็นเมืองที่เล็กที่สุดในโลก!

- ชาวเมือง Hum ทุกคนต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี ราวกับเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่งเลยทีเดียว

ข้อมูล รายละเอียด
ชื่อเมือง Hum (ฮัม)
ประเทศ โครเอเชีย
จำนวนประชากร ประมาณ 20 คน
พื้นที่ 100 x 300 เมตร
ก่อตั้ง ศตวรรษที่ 11

การมาเยือน Hum คือประสบการณ์สุดพิเศษที่ทำให้คุณได้หลีกหนีความวุ่นวาย มาสัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย และซึมซับบรรยากาศเมืองเล็กๆ อันเงียบสงบ หากคุณกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร Hum คือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด

#Hum #เมืองเล็กที่สุดในโลก #โครเอเชีย #เที่ยวต่างประเทศ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...