ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือแสดงความยินดีกับความสำเร็จของโครงการปล่อยดาวเทียม

ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือแสดงความยินดีกับความสำเร็จของโครงการปล่อยดาวเทียม

คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (DPRK) ได้แสดงความยินดีกับนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และบุคลากรคนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความพยายาม ในการปล่อยดาวเทียมสอดแนมทางทหารดวงแรกของประเทศ แม้ว่าจะล้มเหลวในการเข้าสู่วงโคจรก็ตาม

สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานว่า คิมได้เยี่ยมชมสำนักงานบริหารการพัฒนาอวกาศแห่งชาติ (NADA) และกล่าวสุนทรพจน์แสดงความชื่นชมต่อความพยายามของพวกเขาในการพัฒนาดาวเทียม ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น "ก้าวกระโดด" สำหรับขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศของเกาหลีเหนือ

"แม้ว่าความพยายามครั้งแรกจะไม่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์ แต่ความสำเร็จในการพัฒนาและปล่อยดาวเทียมของเราเองนั้น เป็นข้อพิสูจน์ถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและศักยภาพทางวิทยาศาสตร์ที่แข็งแกร่งของประเทศเรา" คิมกล่าวกับ KCNA

การปล่อยดาวเทียม Malligyong-1 ล้มเหลวเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม หลังจากจรวดขนส่ง Chollima-1 ตกในทะเลเหลืองเนื่องจากความล้มเหลวของเครื่องยนต์ ทำให้เกิดการประณามจากนานาชาติ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งมองว่าเป็นการละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ที่ห้ามเกาหลีเหนือทำการทดสอบขีปนาวุธข ballistic ใดๆ

อย่างไรก็ตาม คิมย้ำว่าเกาหลีเหนือจะไม่ย屈ยอมต่อแรงกดดันจากภายนอก และจะเดินหน้าพัฒนาโครงการอวกาศต่อไป โดยมีเป้าหมายที่จะปล่อยดาวเทียมสอดแนมอีกดวง "ภายในเร็วๆ นี้"

"เราจะไม่หยุดเพียงเท่านี้" คิมกล่าว "เราจะเอาชนะความพ่ายแพ้ครั้งนี้ เรียนรู้จากข้อผิดพลาดของเรา และบรรลุเป้าหมายของเราในการสร้างขีดความสามารถด้านอวกาศที่น่าเชื่อถือ"

การปล่อยดาวเทียมที่ล้มเหลวและคำมั่นสัญญาของคิมที่จะดำเนินการต่อ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในคาบสมุทรเกาหลี และความเป็นไปได้ที่จะเกิดการยกระดับทางทหารจากเกาหลีเหนือ

#เกาหลีเหนือ #ดาวเทียม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...