ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ฟิลิปปินส์ชี้ จีนเป็น “ตัวขัดขวางรายใหญ่ที่สุด” ต่อสันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฟิลิปปินส์ชี้ จีนเป็น “ตัวขัดขวางรายใหญ่ที่สุด” ต่อสันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ฟิลิปปินส์ชี้ จีนเป็น “ตัวขัดขวางรายใหญ่ที่สุด” ต่อสันติภาพในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ความสัมพันธ์ระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของฟิลิปปินส์ออกมา กล่าวหาจีนว่าเป็น “ตัวขัดขวางรายใหญ่ที่สุด” ต่อสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งทั้งสองประเทศต่างอ้างสิทธิ์เหนือพื้นที่ทับซ้อนกันอยู่

ถ้อยแถลงดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน-จีน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2566 โดยนายเอ็นรีเก มานาโล รัฐมนตรีต่างประเทศฟิลิปปินส์ ได้กล่าวตำหนิจีนอย่างตรงไปตรงมา ถึงการกระทำที่เป็นการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และบ่อนทำลายความพยายามในการรักษาสันติภาพในภูมิภาค

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นายมานาโลก ล่าวถึงคือ เหตุการณ์ที่กองกำลังจีนใช้น้ำฉีดใส่เรือของฟิลิปปินส์ ที่กำลังลาดตระเวนบริเวณ Second Thomas Shoal ซึ่งเป็นพื้นที่พิพาทในทะเลจีนใต้ โดยนายมานาโลก ล่าวว่า การกระทำดังกล่าวของจีนเป็น “การกระทำที่อันตรายและไม่เป็นมืออาชีพ” และเรียกร้องให้จีนยุติการกระทำที่เป็นการคุกคามในลักษณะนี้

นอกจากนี้ นายมานาโลก ล่าวย้ำถึงคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการ الدائمة ในกรณีพิพาททะเลจีนใต้เมื่อปี 2559 ซึ่งระบุว่า การอ้างสิทธิ์ของจีนเหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้นั้น “ไม่มีมูลความจริงทางกฎหมาย” โดยนายมานาโลก เรียกร้องให้จีนเคารพกฎหมายระหว่างประเทศ และยุติการอ้างสิทธิ์ที่ไม่เป็นธรรม

ด้านจีน นายหวัง อี้ รัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของฟิลิปปินส์ โดยยืนยันว่า จีนมี “สิทธิทางประวัติศาสตร์” เหนือพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลจีนใต้ และจีนพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ของตนอย่างเต็มที่ นายหวัง อี้ ยังกล่าวด้วยว่า จีนและฟิลิปปินส์ควรแก้ไขข้อพิพาทผ่านการเจรจาอย่างสันติ และร่วมมือกันเพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า การที่ฟิลิปปินส์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จีนอย่างตรงไปตรงมานั้น สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลที่เพิ่มขึ้นของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เกี่ยวกับท่าทีที่แข็งกร้าวของจีนในประเด็นทะเลจีนใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่จีนกำลังเพิ่ม cường การทหารในภูมิภาค

นอกจากประเด็นทะเลจีนใต้แล้ว ฟิลิปปินส์ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของจีนในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งฟิลิปปินส์กังวลว่าจีนอาจใช้ “การทูตกับดักหนี้” เพื่อขยายอิทธิพลในประเทศกำลังพัฒนา

แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างจีนและฟิลิปปินส์จะตึงเครียดขึ้น แต่ทั้งสองประเทศยังคงมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของฟิลิปปินส์ ขณะที่ฟิลิปปินส์ก็เป็นจุดหมายปลายทางการลงทุนที่สำคัญของจีน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า หากจีนไม่สามารถคลายความกังวลของประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับท่าทีที่แข็งกร้าวของตนได้ ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศในภูมิภาคก็อาจได้รับผลกระทบในระยะยาว

Fun Fact:

- ทะเลจีนใต้เป็นเส้นทางเดินเรือที่สำคัญ คคิดเป็น 1 ใน 3 ของการค้าทางเรือทั่วโลก

- ทะเลจีนใต้อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และสัตว์น้ำ

ข้อมูลทางสถิติ:

ปี มูลค่าการค้าระหว่างจีนและฟิลิปปินส์ (พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
2562 79.8
2563 78.4
2564 87.7

ที่มา: กระทรวงพาณิชย์แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

#ทะเลจีนใต้ #ฟิลิปปินส์ #จีน #อาเซียน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...