ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

9 เทรนด์แฟชั่นสุดแปลกจากทั่วโลกที่คุณต้องตะลึง

9 เทรนด์แฟชั่นสุดแปลกจากทั่วโลกที่คุณต้องตะลึง

9 เทรนด์แฟชั่นสุดแปลกจากทั่วโลกที่คุณต้องตะลึง

แฟชั่น เปรียบเสมือนกระจกสะท้อนรสนิยมและวัฒนธรรมของแต่ละยุคสมัย บางครั้งก็ดูเรียบง่าย บางครั้งก็ดูหวือหวา แต่ไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน ก็มักจะมีเทรนด์แฟชั่นแปลกๆ เกิดขึ้นมาให้เราได้ตะลึงกันอยู่เสมอ วันนี้เราจะพาคุณไปเปิดโลกแฟชั่นสุดแปลกจากทั่วทุกมุมโลก ที่รับรองว่าคุณต้องอ้าปากค้างกับความครีเอทีฟ (หรือความพิลึก?) อย่างแน่นอน

1. ยิ่งใหญ่ไว้ก่อน กับรองเท้าปลายแหลมยาวเฟิร์มจากยุโรป

ย้อนกลับไปในศตวรรษที่ 14-17 ในยุโรป เทรนด์รองเท้าที่กำลังมาแรงคือ รองเท้าปลายแหลมยาวเฟิร์มที่เรียกว่า “Poulaine” หรือ “Crakow” โดยความยาวของปลายรองเท้านั้นบ่งบอกถึงฐานะของผู้สวมใส่ ยิ่งยาวมากเท่าไหร่ ยิ่งบ่งบอกถึงความร่ำรวยและมีอำนาจมากเท่านั้น บางคนถึงกับต้องใช้ไม้ค้ำยันเพื่อพยุงรองเท้าให้เดินได้สะดวก

2. ม้วนผมสไตล์อียิปต์โบราณ กับทรงผมเปียขนมปัง

ในสมัยอียิปต์โบราณ ชาวอียิปต์นิยมถักผมเป็นเปียเส้นเล็กๆ แล้วนำมาติดกับหนังศีรษะจนเป็นทรงกลมคล้ายขนมปัง โดยเชื่อกันว่าทรงผมนี้จะช่วยป้องกันแมลงและความร้อนจากแสงแดด แถมยังเป็นสัญลักษณ์ของฐานะทางสังคมอีกด้วย

3. ตาสวยด้วยเขม่าเทียน กับเทรนด์แต่งหน้าของสตรีจีนโบราณ

ในอดีต สตรีจีนโบราณนิยมตกแต่งดวงตาให้กลมโต โดยใช้วิธีการเขียนขอบตาด้วยเขม่าเทียนหรือแร่ธาตุสีดำ ซึ่งเทรนด์การแต่งหน้านี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และยังคงหลงเหลือร่องรอยมาถึงปัจจุบัน

4. ยิ่งยัดยิ่งสวย กับรองเท้าดอกบัวจากประเทศจีน

ในช่วงศตวรรษที่ 10-20 สตรีจีนฮั่นเชื่อกันว่า เท้าที่เล็กที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้คือสัญลักษณ์ของความงาม พวกเธอจึงถูกบังคับให้สวมรองเท้าที่เรียกว่า “รองเท้าดอกบัว” ตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อให้เท้ามีขนาดเล็กและโค้งงอ ซึ่งแน่นอนว่าก่อให้เกิดความเจ็บปวดและทรมานอย่างสาหัส

5. ยิ่งสูงยิ่งสวย กับรองเท้าเกี๊ยะญี่ปุ่น

รองเท้าเกี๊ยะเป็นรองเท้าไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เกี๊ยะโอโคโบ” ที่มีความสูงมากเป็นพิเศษ ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่เกอิชาและหญิงสาวชั้นสูงในอดีต เชื่อกันว่ารองเท้าเกี๊ยะโอโคโบช่วยเสริมบุคลิกให้ดูสง่างาม

6. ยิ่งยาวยิ่งเท่ กับเล็บยาวเฟื้อยของชาวแมนจู

ในอดีต ชาวแมนจูในประเทศจีนนิยมไว้เล็บยาวเฟื้อย โดยเฉพาะเล็บนิ้วก้อยข้างซ้ายที่เชื่อกันว่า เป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่งและเป็นสิริมงคล บางคนถึงกับต้องสวมปลอกเล็บทำจากเงินหรือทอง เพื่อป้องกันเล็บหักอีกด้วย

7. ยิ่งมืด ยิ่งขาว กับเทรนด์ผิวแทนในศตวรรษที่ 20

ในอดีต ผิวสีแทนเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นแรงงาน ที่ต้องทำงานกลางแจ้งเป็นเวลานาน แต่ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ผิวสีแทนกลับกลายเป็นเทรนด์แฟชั่น ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่คนผิวขาว เนื่องจากเป็นสัญลักษณ์ของความมั่งคั่ง และการมีเวลาว่างในการพักผ่อนอาบแดด

8. ตุ๊กตาบาร์บี้เป็นเหตุ กับเทรนด์ศัลยกรรมให้เหมือนตุ๊กตา

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เทรนด์ศัลยกรรมให้เหมือนตุ๊กตามีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากสื่อสังคมออนไลน์ และความปรารถนาที่จะมีรูปลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบ อย่างไรก็ตาม เทรนด์นี้ก็ก่อให้เกิดข้อถกเถียง เกี่ยวกับมาตรฐานความงามที่ไม่สมจริง

9. ยิ่งแปลก ยิ่งโดน กับแฟชั่นแนว Avant-Garde

แฟชั่นแนว Avant-Garde เป็นแฟชั่นที่เน้นความแปลกใหม่ ไม่เหมือนใคร และฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ โดยมักใช้วัสดุที่แปลกตา และมีรูปทรงที่ไม่ธรรมดา ซึ่งแฟชั่นแนวนี้มักได้รับความสนใจ และเป็นที่พูดถึงในวงการแฟชั่นอยู่เสมอ

และนี่ก็คือ 9 เทรนด์แฟชั่นสุดแปลกจากทั่วโลกที่เรานำมาฝากกัน จะเห็นได้ว่าแฟชั่นนั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา บางเทรนด์ก็ดูสวยงาม บางเทรนด์ก็ดูแปลกตา แต่ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์แบบไหน ก็สะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมและวัฒนธรรมของแต่ละยุคสมัย ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

#แฟชั่น #เทรนด์ #แปลก #ทั่วโลก

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...