ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

น้ำไหลริน.. รวมเวลาแล้วคนเราใช้เวลาไปกับการร้องไห้แค่ 6 นาทีต่อเดือนจริงหรือ

น้ำไหลริน.. รวมเวลาแล้วคนเราใช้เวลาไปกับการร้องไห้แค่ 6 นาทีต่อเดือนจริงหรือ

น้ำไหลริน.. รวมเวลาแล้วคนเราใช้เวลาไปกับการร้องไห้แค่ 6 นาทีต่อเดือนจริงหรือ

คุณเคยสงสัยไหมว่าในหนึ่งเดือน เราปล่อยให้น้ำตาหลั่งรินออกมาด้วยความรู้สึกต่างๆนานแค่ไหน งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้ว คนเราใช้เวลาไปกับการร้องไห้เพียงแค่ 6 นาทีต่อเดือนเท่านั้น ตัวเลขที่น้อยนิดนี้สร้างความประหลาดใจให้กับหลายคน เพราะในความเป็นจริงชีวิตของเรามักผจญกับเรื่องราวต่างๆมากมาย ทั้งสุข ทุกข์ เศร้า เหงา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้น้ำตาไหลออกมาได้ทั้งสิ้น


ทำไมเวลา 6 นาทีต่อเดือน ถึงดูน้อยเกินไป?


คำตอบของคำถามนี้อาจเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น...

  • วัฒนธรรมและบรรทัดฐานทางสังคม: ในบางวัฒนธรรม การร้องไห้ถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเพศชาย ทำให้หลายคนพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้
  • บริบทแวดล้อม: หลายคนเลือกที่จะไม่ร้องไห้ในที่สาธารณะ เพราะกังวลว่าจะรบกวนผู้อื่น หรือทำให้ตัวเองดูแย่ในสายตาคนอื่น
  • ความแข็งแกร่งทางจิตใจ: คนบางคนมีความสามารถในการจัดการกับความเครียด และควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าคนอื่นๆ ทำให้พวกเขาร้องไห้น้อยกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม การร้องไห้เป็นกลไกทางธรรมชาติของร่างกาย ที่ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดทางอารมณ์ และยังช่วยให้ร่างกายหลั่งสารคอร์ติซอล ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดออกมาอีกด้วย

Fun Fact เกี่ยวกับการร้องไห้ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน!

  1. ทารกแรกเกิดร้องไห้โดยไม่มีน้ำตา จนกว่าพวกเขาจะมีอายุได้ประมาณ 2-4 สัปดาห์
  2. เสียงร้องไห้ของทารกสามารถกระตุ้นการหลั่งน้ำนมในแม่ที่เพิ่งคลอดได้
  3. น้ำตาที่ไหลออกมาจากความรู้สึกต่างๆ มีองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน

แล้วอะไรคือข้อสรุป?

แม้ว่างานวิจัยจะระบุว่าคนเราใช้เวลาในการร้องไห้เพียง 6 นาทีต่อเดือน แต่ตัวเลขนี้เป็นเพียงค่าเฉลี่ยเท่านั้น ความถี่และระยะเวลาในการร้องไห้ของแต่ละคน ขึ้นอยู่กับปัจจัยส่วนบุคคลหลายประการ ดังนั้น จึงไม่ควรเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น

สิ่งที่สำคัญกว่าคือการรับฟังเสียงของร่างกาย และยอมรับความรู้สึกของตัวเอง หากรู้สึกว่าอยากร้องไห้ ก็จงปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมา เพราะนั่นคือการเยียวยาจิตใจที่ดีที่สุด


สถิติที่น่าสนใจเกี่ยวกับการร้องไห้
เรื่อง สถิติ
ผู้หญิงร้องไห้บ่อยกว่าผู้ชาย 5 เท่า
ช่วงอายุที่คนเราร้องไห้มากที่สุด 18-35 ปี
ประเทศที่มีอัตราการร้องไห้สูงที่สุด สหรัฐอเมริกา

#สุขภาพจิต #การร้องไห้ #น้ำตา #ดูแลตัวเอง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...