ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส: ทายาทแห่ง L'Oréal และผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส: ทายาทแห่ง L'Oréal และผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส: ทายาทแห่ง L'Oréal และผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก

ในโลกของธุรกิจและความมั่งคั่ง ชื่อของ "ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส" (Françoise Bettencourt Meyers) มักถูกกล่าวถึงในฐานะผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมรดกอันมหาศาลจากอาณาจักรความงาม L'Oréal ซึ่งก่อตั้งโดยคุณป grandfather ของเธอ ยูจีน ชูลเลอร์ (Eugène Schueller) เส้นทางชีวิตและความสำเร็จของเธอเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าสนใจ ตั้งแต่การเป็นทายาทมหาเศรษฐี ไปจนถึงบทบาทสำคัญในบริษัทระดับโลก และการอุทิศตนเพื่อการกุศล

เส้นทางสู่ตำแหน่งทายาท L'Oréal

ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ปี 1953 เป็นลูกสาวคนเดียวของลิเลียน เบ็ตตองกูร์ (Liliane Bettencourt) ทายาทรุ่นที่สองของ L'Oréal เธอเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ร่ำรวย และได้รับการศึกษาอย่างดีเยี่ยม แต่ชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องราวดราม่าในครอบครัว ที่กลายเป็นข่าวใหญ่โตในสังคมฝรั่งเศส

อาณาจักรความงาม L'Oréal

L'Oréal ก่อตั้งขึ้นในปี 1909 โดย ยูจีน ชูลเลอร์ เริ่มต้นจากธุรกิจผลิตภัณฑ์ย้อมผมขนาดเล็ก ก่อนจะเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนกลายเป็นบริษัทความงามที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยแบรนด์ดังมากมายภายใต้เครือ อาทิ L'Oréal Paris, Garnier, Maybelline, Lancôme, Kiehl's และอีกมากมาย ความสำเร็จของ L'Oréal ส่วนหนึ่งมาจากวิสัยทัศน์ และการบริหารงานที่ยอดเยี่ยมของผู้บริหารแต่ละรุ่น รวมถึงการให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการวิจัย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค

บทบาทใน L'Oréal

ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส เข้าร่วมเป็นกรรมการบริษัท L'Oréal ตั้งแต่ปี 1997 และรับตำแหน่งประธานบริษัทต่อจากมารดาในปี 2016 หลังจากที่มารดาของเธอเสียชีวิต เธอได้นำความรู้ความสามารถที่สั่งสมมา มาบริหารงาน L'Oréal โดยยังคงยึดมั่นในปรัชญาของบริษัท ที่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรม ความหลากหลาย และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

มหาเศรษฐีผู้ใจบุญ

นอกจากบทบาทในฐานะนักธุรกิจหญิงแถวหน้าของโลกแล้ว ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส ยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ใจบุญ เธอเป็นผู้ก่อตั้งมูลนิธิ Bettencourt Schueller Foundation เพื่อสนับสนุนโครงการด้านวิทยาศาสตร์ ศิลปะ และสังคม ในปี 2011 มูลนิธิได้บริจาคเงิน 137 ล้านยูโร เพื่อบูรณะโรงละครและพิพิธภัณฑ์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ม รดกทางวัฒนธรรม

ตัวเลขที่น่าสนใจเกี่ยวกับ ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส และ L'Oréal

ข้อมูล จำนวน
มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (พ.ศ. 2566) 80.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
สัดส่วนการถือหุ้นใน L'Oréal ประมาณ 33%
รายได้ของ L'Oréal ในปี 2022 38.26 พันล้านยูโร
จำนวนพนักงานของ L'Oréal ทั่วโลก กว่า 85,000 คน

Fun Fact

  • ฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส เป็นนักเปียโนและนักเขียน เธอแต่งงานแล้วและมีลูกชาย 2 คน
  • เธอเป็นผู้หญิงที่ร่ำรวยที่สุดในโลกติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2017
  • L'Oréal เป็นบริษัทที่จดสิทธิบัตรมากกว่า 4,000 ฉบับทั่วโลก

เรื่องราวของฟรองซัวส์ เบ็ตตองกูร์ เมเยอร์ส เป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า ความมั่งคั่ง สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้อย่างมาก ทั้งในด้านการพัฒนาธุรกิจ และการช่วยเหลือสังคม เธอคือแบบอย่างของผู้นำหญิง ที่ประสบความสำเร็จทั้งในด้านธุรกิจ และการดำเนินชีวิต

#LOréal #เศรษฐี #ผู้หญิง #ความงาม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...