ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พึ่งรู้ว่าผลไม้ มะม่วงหิมพานต์ สามารถ ช่วยบำรุงสมอง แบบนี้ได้

พึ่งรู้ว่าผลไม้ มะม่วงหิมพานต์ สามารถ ช่วยบำรุงสมอง แบบนี้ได้

พึ่งรู้ว่าผลไม้ มะม่วงหิมพานต์ สามารถ ช่วยบำรุงสมอง แบบนี้ได้

มะม่วงหิมพานต์ ถือเป็นผลไม้ที่หลายคนชื่นชอบ ด้วยรสชาติมัน หวาน กรุบกรอบ ทานเพลิน แถมยังมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย แต่รู้หรือไม่ว่า นอกจากรสชาติที่อร่อยแล้ว มะม่วงหิมพานต์ยังมีสรรพคุณช่วยบำรุงสมองได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย บทความนี้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประโยชน์ของมะม่วงหิมพานต์ต่อสมอง พร้อมทั้งข้อมูลทางโภชนาการที่น่าสนใจ

สารอาหารสำคัญในมะม่วงหิมพานต์กับการทำงานของสมอง

มะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานของสมอง ดังนี้

  1. ไขมันดี (Healthy Fats): มะม่วงหิมพานต์มีไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและเชิงซ้อนสูง ซึ่งเป็นไขมันดีที่ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันการอุดตันของหลอดเลือด และเสริมสร้างการทำงานของระบบประสาทและสมอง

  2. วิตามินอี (Vitamin E): มะม่วงหิมพานต์อุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเซลล์สมองจากการถูกทำลาย ชะลอความเสื่อมของเซลล์ประสาท และลดความเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์

  3. แร่ธาตุแมกนีเซียม (Magnesium): แมกนีเซียมในมะม่วงหิมพานต์มีส่วนช่วยในการส่งสัญญาณประสาท ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ลดความเครียด และส่งเสริมการนอนหลับที่ดี ซึ่งส่งผลดีต่อการทำงานของสมอง

งานวิจัยที่น่าสนใจ

มีงานวิจัยหลายชิ้นที่บ่งชี้ว่า การบริโภคมะม่วงหิมพานต์เป็นประจำอาจช่วยบำรุงสมองได้ ตัวอย่างเช่น

  • งานวิจัยจาก Loma Linda University ในสหรัฐอเมริกา พบว่า การรับประทานถั่วชนิดต่างๆ รวมถึงมะม่วงหิมพานต์ เป็นประจำสัมพันธ์กับการทำงานของคลื่นสมองที่ดีขึ้น ซึ่งส่งผลต่อความจำและการเรียนรู้ (อ้างอิง)

ปริมาณที่แนะนำในการบริโภค

แม้มะม่วงหิมพานต์จะมีประโยชน์มากมาย แต่ก็ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม ประมาณ 1 กำมือ หรือ 15-20 เมล็ดต่อวัน การรับประทานมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เนื่องจากมีแคลอรี่และไขมันสูง

สารอาหาร ปริมาณต่อ 100 กรัม
พลังงาน 553 กิโลแคลอรี
ไขมัน 43.85 กรัม
โปรตีน 18.22 กรัม
คาร์โบไฮเดรต 30.19 กรัม
ใยอาหาร 3.3 กรัม
วิตามินอี 0.9 มิลลิกรัม
แมกนีเซียม 292 มิลลิกรัม

Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า มะม่วงหิมพานต์ไม่ได้เป็นผลไม้จริงๆ แต่เป็นส่วนของเมล็ดที่อยู่ภายในผล ซึ่งมีลักษณะคล้ายแอปเปิ้ล

#มะม่วงหิมพานต์ #บำรุงสมอง #สุขภาพ #สารอาหาร

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...