ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จำนวนของคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าที่เราคิด

จำนวนของคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าที่เราคิด

จำนวนของคนที่เป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าที่เราคิด

โรคซึมเศร้า ถือเป็นภัยเงียบที่กำลังคุกคามผู้คนทั่วโลกในยุคปัจจุบัน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่ามีผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามากกว่า 300 ล้านคน ทั่วโลก และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตัวเลขที่น่าตกใจนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาสุขภาพจิตเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่เราคิด และส่งผลกระทบต่อผู้คนจำนวนมากในสังคม

สาเหตุของโรคซึมเศร้าเกิดได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น ความเครียดสะสมจากการทำงาน การเรียน การเงิน ปัญหาความสัมพันธ์ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก รวมไปถึงปัจจัยทางพันธุกรรมและสารเคมีในสมองที่เปลี่ยนแปลงไป นอกจากนี้ การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลที่เต็มไปด้วยข้อมูลข่าวสารและโซเชียลมีเดีย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้เกิดความกดดันและเปรียบเทียบตัวเองกับผู้อื่น ซึ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้ง่ายขึ้น

สัญญาณเตือนภัย โรคซึมเศร้า

หลายครั้งที่เราไม่รู้ตัวว่ากำลังเผชิญกับโรคซึมเศร้าอยู่ เพราะอาการของโรคมักแสดงออกอย่างค่อยเป็นค่อยไป และอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงความเครียด ความวิตกกังวล หรืออารมณ์แปรปรวนทั่วไป ดังนั้น การสังเกตสัญญาณเตือนภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ

  1. รู้สึกเศร้า หดหู่ ท้อแท้ หมดหวัง เป็นประจำ
  2. เบื่อหน่ายสิ่งต่างๆ ที่เคยชอบทำ
  3. มีปัญหาเรื่องการนอน ทั้งนอนไม่หลับ นอนมากเกินไป
  4. น้ำหนักตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเพิ่มขึ้นหรือลดลง
  5. ไม่มีสมาธิ หลงลืมง่าย
  6. รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
  7. มีความคิดอยากทำร้ายตัวเองหรือฆ่าตัวตาย

หากพบว่าตนเองหรือคนรอบข้างมีอาการเหล่านี้ต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 2 สัปดาห์ ควรรีบปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกวิธี

ข้อมูลน่าเหลือเชื่อเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า

  • งานวิจัยพบว่า โรคซึมเศร้าสัมพันธ์กับการอักเสบเรื้อรังในร่างกาย ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน
  • ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าบางรายมีอาการปวดเมื่อยตามร่างกายโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเป็นอาการทางกายที่เกิดจากความผิดปกติของสารเคมีในสมอง
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอสามารถช่วยบรรเทาอาการของโรคซึมเศร้าได้ เพราะช่วยเพิ่มสารเอ็นโดรฟินในสมอง ซึ่งเป็นสารแห่งความสุข

สถิติโรคซึมเศร้าในประเทศไทย

ปี พ.ศ. จำนวนผู้ป่วยโรคซึมเศร้า (ราย)
2560 1.5 ล้านคน
2563 1.8 ล้านคน

จะเห็นได้ว่า สถิติผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในประเทศไทยมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ดังนั้น การสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโรคซึมเศร้า การให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพจิต รวมถึงการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพจิตอย่างทั่วถึง จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกภาคส่วนควรให้ความสำคัญและร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

#โรคซึมเศร้า #สุขภาพจิต #ภัยเงียบ #ดูแลตัวเอง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...