ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พึ่งรู้ว่า "บลูเบอร์รี" สามารถ ช่วยบำรุงสายตาและป้องกันโรคตาได้

พึ่งรู้ว่า "บลูเบอร์รี" สามารถ ช่วยบำรุงสายตาและป้องกันโรคตาได้

พึ่งรู้ว่า "บลูเบอร์รี" สามารถ ช่วยบำรุงสายตาและป้องกันโรคตาได้

หลายคนคงเคยได้ยินสรรพคุณของ "บลูเบอร์รี" ผลไม้ลูกเล็ก สีม่วงเข้ม รสชาติหวานอมเปรี้ยว ที่ขึ้นชื่อเรื่องการบำรุงสายตา แต่ทราบหรือไม่ว่า เบื้องหลังรสชาติแสนอร่อยนั้น บลูเบอร์รี อัดแน่นไปด้วยสารอาหารมากมาย ที่ไม่ได้เพียงแค่ช่วยบำรุงสายตาเท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการป้องกันโรคตาได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

สารพลังต้านอนุมูลอิสระในบลูเบอร์รี : เกราะป้องกันดวงตา

บลูเบอร์รี เป็นแหล่งรวมของสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "แอนโทไซยานิน" ซึ่งเป็นสารสีม่วงแดงที่พบได้ในปริมาณมากในบลูเบอร์รี เจ้าแอนโทไซยานินนี้เอง ที่เป็นดั่งฮีโร่คอยปกป้องดวงตาจากภัยร้ายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

  • 1. แสงสีฟ้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต
  • 2. รังสียูวีจากแสงแดด
  • 3. มลภาวะต่างๆ ในอากาศ

ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ ล้วนเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคตาต่างๆ เช่น โรคต้อกระจก ต้อหิน และโรคจอประสาทตาเสื่อมได้

งานวิจัยเผย บลูเบอร์รี ช่วยบำรุงสายตาได้จริงหรือ?

มีงานวิจัยมากมายที่ศึกษาถึงประโยชน์ของบลูเบอร์รีต่อดวงตา หนึ่งในนั้นคือ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Harvard ในปี 2013 พบว่า การรับประทานบลูเบอร์รีเป็นประจำอย่างน้อย 3 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมได้ถึง 38% โดยนักวิจัยเชื่อว่าเป็นผลมาจากสารต้านอนุมูลอิสระในบลูเบอร์รี ที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทตาจากการถูกทำลายนั่นเอง

สารอาหารอื่นๆ ในบลูเบอร์รี ที่ดีต่อดวงตา

นอกจากแอนโทไซยานินแล้ว บลูเบอร์รียังอุดมไปด้วยสารอาหารอื่นๆ ที่ล้วนมีส่วนช่วยบำรุงสายตาและป้องกันโรคตาได้เป็นอย่างดี

สารอาหาร ประโยชน์
วิตามินซี ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนในดวงตา ทำให้เลนส์ตาและกระจกตามีความแข็งแรง
วิตามินเอ ช่วยในการมองเห็นในที่แสงน้อย และป้องกันโรคตาบอดกลางคืน
ลูทีนและซีแซนทีน ช่วยกรองแสงสีฟ้า ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม

บลูเบอร์รี: ผลไม้เล็ก สรรพคุณใหญ่ กว่าที่คิด

จะเห็นได้ว่า บลูเบอร์รี ไม่ได้เป็นเพียงผลไม้รสอร่อยเท่านั้น แต่ยังเปี่ยมไปด้วยคุณประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพดวงตา ลองหันมาใส่ใจดูแลดวงตาด้วยการรับประทานบลูเบอร์รีเป็นประจำ เพื่อดวงตาที่สดใส มองเห็นชัดเจน และห่างไกลโรค


#สายตา #บลูเบอร์รี่ #สุขภาพตา #แอนโทไซยานิน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...