ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์

บทนำ

การปิดหน่วยงานรัฐบาล (Government Shutdown) ในสหรัฐอเมริกา ถือเป็นเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างกว้างขวาง เกิดขึ้นเมื่อสภาคองเกรสไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องงบประมาณประจำปี ส่งผลให้หน่วยงานรัฐบาลบางส่วนหรือทั้งหมดต้องหยุดดำเนินการ ประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบจากการไม่ได้รับเงินเดือน บริการสาธารณะต่างๆ หยุดชะงัก และเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว เหตุการณ์การปิดหน่วยงานรัฐบาลที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2018 ถึงต้นปี 2019 กินเวลานานถึง 35 วัน สร้างสถิติใหม่และเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญในการบริหารจัดการงบประมาณและความขัดแย้งทางการเมือง

สาเหตุของการปิดหน่วยงานรัฐบาลปี 2018-2019

การปิดหน่วยงานรัฐบาลในครั้งนี้มีต้นตอมาจากความขัดแย้งระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กับสภาคองเกรส โดยประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการงบประมาณ 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อสร้างกำแพงกั้นชายแดนเม็กซิโก แต่พรรคเดโมแครตซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นด้วย การเจรจาไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ส่งผลให้รัฐบาลต้องปิดหน่วยงานบางส่วนลงในวันที่ 22 ธันวาคม 2018

ผลกระทบของการปิดหน่วยงานรัฐบาล

การปิดหน่วยงานรัฐบาลที่ยาวนานถึง 35 วัน ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคมของสหรัฐอเมริกา พนักงานรัฐบาลกว่า 800,000 คนไม่ได้รับเงินเดือน หรือได้รับเงินเดือนล่าช้า บริการสาธารณะต่างๆ เช่น อุทยานแห่งชาติ การตรวจสอบความปลอดภัยด้านอาหาร และการดำเนินการด้านภาษี ต้องหยุดชะงัก Standard & Poor's ประเมินว่าการปิดหน่วยงานรัฐบาลครั้งนี้สร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจสหรัฐฯ ประมาณ 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ตารางแสดงผลกระทบต่อหน่วยงานรัฐบาล

หน่วยงาน ผลกระทบ
อุทยานแห่งชาติ ปิดให้บริการบางส่วน หรือทั้งหมด
กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ พนักงานทำงานโดยไม่ได้รับเงินเดือน
กระทรวงเกษตร โครงการช่วยเหลือเกษตรกรล่าช้า
กรมสรรพากร การดำเนินการด้านภาษีล่าช้า

บทสรุป

การปิดหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ ในปี 2018-2019 ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการประนีประนอมและการร่วมมือกันทางการเมือง ความขัดแย้งที่ยืดเยื้อนำมาซึ่งความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความจำเป็นในการปฏิรูปกระบวนการงบประมาณของสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

Fun Fact

รู้หรือไม่ว่า การปิดหน่วยงานรัฐบาลในปี 2018-2019 ทำลายสถิติเดิมที่เกิดขึ้นในปี 1995-1996 ซึ่งกินเวลานาน 21 วัน โดยการปิดหน่วยงานรัฐบาลครั้งนั้น ก็มีสาเหตุมาจากความขัดแย้งเรื่องงบประมาณเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง

Council on Foreign Relations

#การเมือง #เศรษฐกิจ #สหรัฐอเมริกา #งบประมาณ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...