ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

หัวใจเด็กและหัวใจผู้ใหญ่มีความแตกต่างกันอย่างไร?

หัวใจเด็กและหัวใจผู้ใหญ่มีความแตกต่างกันอย่างไร?

หัวใจ ถือเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในร่างกาย ทำหน้าที่สูบฉีดเลือดไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ทั่วร่างกาย แต่รู้หรือไม่ว่าหัวใจของเด็กๆ และหัวใจของผู้ใหญ่นั้น มีความแตกต่างกันอยู่หลายประการ ทั้งในแง่ของขนาด การทำงาน รวมไปถึงโรคที่มักเกิดขึ้น

ขนาดและอัตราการเต้นของหัวใจ
แน่นอนว่าหัวใจของเด็กย่อมมีขนาดเล็กกว่าหัวใจของผู้ใหญ่ โดยเฉลี่ยแล้วหัวใจของทารกแรกเกิดจะมีขนาด เท่ากับผลสตรอว์เบอร์รีเท่านั้น และจะค่อยๆ เติบโตขึ้นตามวัย จนกระทั่งอายุประมาณ 18 ปี หัวใจจึงจะหยุดการเจริญเติบโตและมีขนาดคงที่

ไม่ใช่เพียงขนาดที่ต่างกัน แต่อัตราการเต้นของหัวใจในเด็กและผู้ใหญ่ก็แตกต่างกันด้วยเช่นกัน หัวใจของเด็กจะเต้นเร็วกว่าหัวใจของผู้ใหญ่ โดยทารกแรกเกิดจะมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ประมาณ 70-190 ครั้งต่อนาที ในขณะที่ผู้ใหญ่จะมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ประมาณ 60-100 ครั้งต่อนาที สาเหตุที่เป็นเช่นนี้ เนื่องจากเด็กๆ มีอัตราการเผาผลาญพลังงานที่สูงกว่าผู้ใหญ่ จึงทำให้หัวใจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ช่วงอายุ อัตราการเต้นของหัวใจ (ครั้งต่อนาที)
ทารกแรกเกิด - 3 เดือน 70-190
3 เดือน - 2 ปี 80-160
2-10 ปี 70-120
10 ปีขึ้นไป และผู้ใหญ่ 60-100


โรคหัวใจในเด็กและผู้ใหญ่
โรคหัวใจ เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรโลก โดยโรคหัวใจที่พบได้บ่อยในเด็กและผู้ใหญ่นั้น มีความแตกต่างกัน โรคหัวใจในเด็ก ส่วนใหญ่มักเป็นโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด ซึ่งเกิดจากความผิดปกติของโครงสร้างหัวใจตั้งแต่แรกเกิด เช่น ลิ้นหัวใจรั่ว ผนังกั้นหัวใจรั่ว หรือหลอดเลือดหัวใจผิดปกติ ส่วนโรคหัวใจในผู้ใหญ่ มักเกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ การรับประทานอาหารที่มีไขมันสูง การขาดการออกกำลังกาย และความเครียด

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับหนึ่งของโลก โดยคร่าชีวิตผู้คนไปกว่า 17.9 ล้านคนต่อปี ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 31 ของการเสียชีวิตทั้งหมดทั่วโลก

การดูแลสุขภาพหัวใจ
การดูแลสุขภาพหัวใจเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำตั้งแต่อายุยังน้อย เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจในอนาคต

วิธีดูแลสุขภาพหัวใจสำหรับเด็ก
• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เน้นผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ไขมันต่ำ และธัญพืช • ดื่มนมจืดวันละ 2 แก้ว • ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ • พบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี

วิธีดูแลสุขภาพหัวใจสำหรับผู้ใหญ่
• รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดหวาน มัน เค็ม • ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน • งดสูบบุหรี่และหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-5 วัน วันละ 30 นาที • ตรวจสุขภาพประจำปี และพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการผิดปกติ • ผ่อนคลายความเครียด

แม้ว่าหัวใจของเด็กและหัวใจของผู้ใหญ่จะมีความแตกต่างกัน แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ หัวใจเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในร่างกาย ดังนั้น เราจึงควรดูแลสุขภาพหัวใจของเราให้แข็งแรงอยู่เสมอ

#สุขภาพ #หัวใจ #เด็ก #ผู้ใหญ่

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...