ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำไมประเทศชิลีถึงมีทะเลทรายแห้งที่สุดในโลก

ทำไมประเทศชิลีถึงมีทะเลทรายแห้งที่สุดในโลก

ทะเลทรายอาตากามา (Atacama Desert) ในประเทศชิลี ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดนที่แห้งแล้งที่สุดในโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าพิศวงว่าทำไมพื้นที่แห่งนี้จึงกลายเป็นดินแดนไร้ฝน ในบทความนี้เราจะมาสำรวจปัจจัยทางภูมิศาสตร์และภูมิอากาศที่ทำให้ทะเลทรายอาตากามากลายเป็นดินแดนที่แห้งที่สุดในโลก

กำแพงธรรมชาติกั้นฝน
ตำแหน่งที่ตั้งของทะเลทรายอาตากามา มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดสภาพอากาศแห้งแล้ง ทะเลทรายแห่งนี้ถูกขนาบข้างด้วยเทือกเขาสองฝั่ง คือ เทือกเขาแอนดีส (Andes Mountains) ทางทิศตะวันออก และเทือกเขาชายฝั่งชิลี (Chilean Coast Range) ทางทิศตะวันตก เทือกเขาทั้งสองทอดตัวขนานกันเป็นแนวยาว ทำหน้าที่เป็นกำแพงธรรมชาติกั้นกั้นลมและความชื้นจากมหาสมุทรไม่ให้เข้าถึงทะเลทราย ลมพัดพาความชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Ocean) เมื่อปะทะกับเทือกเขาแอนดีสซึ่งมีความสูงชัน จะถูกบังคับให้ลอยสูงขึ้น อากาศที่เย็นลงทำให้ไอน้ำในอากาศควบแน่นและตกลงมาเป็นฝน เรียกว่า ปรากฏการณ์ฝนตกตามแนวเทือกเขา (Orographic rainfall) ส่งผลให้บริเวณยอดเขาแอนดีส ได้รับปริมาณน้ำฝนจำนวนมาก ส่วนอากาศที่เคลื่อนตัวข้ามเทือกเขาไปแล้วจะแห้ง ไม่สามารถก่อเป็นฝนได้ จึงทำให้ทะเลทรายอาตากามากลายเป็นเขตเงาฝน (Rain shadow) นอกจากนี้ กระแสน้ำเย็นฮัมโบลดต์ (Humboldt Current) ซึ่งไหลเลียบชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกของทวีปอเมริกาใต้ มีส่วนทำให้เกิดสภาพอากาศแห้งแล้งในทะเลทรายอาตากามา กระแสน้ำเย็นนี้ทำให้อากาศเหนือทะเลเย็นตัวลง ลดความสามารถในการกักเก็บไอน้ำ ส่งผลให้อากาศเหนือทะเลทรายมี ความชื้นต่ำ

ทะเลทรายอายุเก่าแก่
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าทะเลทรายอาตากามา มีอายุเก่าแก่มากว่าทะเลทรายอื่น ๆ ในโลก โดยคาดว่าทะเลทรายแห่งนี้อาจมีสภาพแห้งแล้งมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 ล้านปี ความแห้งแล้งมายาวนานนี้ ส่งผลให้ดินในทะเลทรายอาตากามามีความเค็ม และขาดความอุดมสมบูรณ์ของธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช ทำให้พืชส่วนใหญ่ไม่สามารถเจริญเติบโตได้

สถิติความแห้งแล้ง
ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยในทะเลทรายอาตากามา ต่ำกว่า 15 มิลลิเมตรต่อปี บางพื้นที่ไม่มีฝนตกนานติดต่อกันเป็นสิบ ๆ ปี ความชื้นสัมพัทธ์ในทะเลทรายอาตากามา ต่ำกว่า 10% ถือเป็นระดับที่ต่ำมาก ส่งผลให้น้ำระเหยได้อย่างรวดเร็ว

สถานที่ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย (มม./ปี)
ทะเลทรายอาตากามา (ชิลี) <15
หุบเขามรณะ (สหรัฐอเมริกา) 50
ทะเลทรายซาฮารา (แอฟริกาเหนือ) 25-100

ชีวิตในทะเลทราย
แม้จะเป็นดินแดนที่แห้งแล้ง แต่ทะเลทรายอาตากามาก็เป็นบ้านของสิ่งมีชีวิต เช่น แมลง สัตว์เลื้อยคลาน และพืชบางชนิดที่สามารถปรับตัวให้อยู่รอดได้ในสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย พืชบางชนิด เช่น ต้นกระบองเพชร มีรากที่แผ่กว้างเพื่อดูดซับน้ำจากน้ำค้างในตอนเช้า สัตว์บางชนิด เช่น หนูเจอร์บิล สามารถอยู่รอดได้โดยไม่ต้องดื่มน้ำ พวกมันได้รับความชื้นจากอาหารที่กิน

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ
- ทะเลทรายอาตากามา ถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์หลายเรื่อง เนื่องจากมีทิวทัศน์ที่แปลกตา คล้ายกับดาวเคราะห์ดวงอื่น - ในบางพื้นที่ของทะเลทรายอาตากามา ไม่เคยมีฝนตกเลย นับตั้งแต่มีการบันทึกสถิติมา - ทะเลทรายอาตากามา เป็นแหล่งแร่ธาตุสำคัญ เช่น ทองแดง ลิเธียม และไนเตรต

ทะเลทรายอาตากามา เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังแห่งธรรมชาติที่สามารถสร้างสรรค์ ดินแดนที่ทั้งสวยงาม และโหดร้ายในเวลาเดียวกัน ความแห้งแล้ง ความเงียบสงบ และทิวทัศน์ที่แปลกตา ทำให้ทะเลทรายแห่งนี้ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักผจญภัย และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

#ทะเลทรายอาตากามา #ชิลี #ดินแดนแห้งแล้ง #ภูมิศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...