ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำไมกระดูกสันหลังมนุษย์ถึงลดลง: จาก 33 สู่ 26 ชิ้น


ทำไมกระดูกสันหลังมนุษย์ถึงลดลง: จาก 33 สู่ 26 ชิ้น

33 สู่ 26: การเดินทางของกระดูกสันหลังมนุษย์จากทารกสู่วัยผู้ใหญ่

คุณอาจเคยได้ยินมาว่าทารกแรกเกิดมีกระดูกมากกว่าผู้ใหญ่ นั่นเป็นเรื่องจริง! แต่ความแตกต่างไม่ได้อยู่ที่จำนวนกระดูกทั้งหมด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังต่างหาก ทารกแรกเกิดนั้นลืมตาดูโลกพร้อมกระดูกสันหลังถึง 33 ชิ้น แต่เมื่อเวลาผ่านไป บางส่วนจะค่อยๆ เชื่อมติดกัน จนเหลือเพียง 26 ชิ้น ในวัยผู้ใหญ่ อะไรคือสาเหตุ? และส่งผลอย่างไรต่อร่างกายของเรา?


ทำไมทารกถึงต้องการกระดูกสันหลังมากกว่า?

สาเหตุหลักที่ทำให้ทารกมีกระดูกสันหลังจำนวนมาก คือ เพื่อความยืดหยุ่น ลองนึกภาพทารกในครรภ์ที่ต้องขดตัวอยู่ในพื้นที่จำกัด การมีกระดูกสันหลังที่ยืดหยุ่นช่วยให้ทารกเคลื่อนไหวได้สะดวก และที่สำคัญคือช่วยให้คลอดออกมาได้ง่ายขึ้น


กระบวนการเชื่อมต่อของกระดูกสันหลัง

กระบวนการเชื่อมต่อของกระดูกสันหลังเริ่มต้นตั้งแต่แรกเกิด โดยกระดูกสันหลังส่วนกระเบนเหน็บและก้นกบ จะเริ่มเชื่อมต่อกันเมื่ออายุประมาณ 5-6 ขวบ และเสร็จสมบูรณ์เมื่ออายุประมาณ 20-25 ปี กระบวนการนี้ เรียกว่า ossification เป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ร่างกายสร้างกระดูกแข็งแรงขึ้น และทดแทนกระดูกอ่อน


ผลกระทบต่อร่างกาย

แม้จะมีกระดูกสันหลังลดลง แต่ไม่ได้หมายความว่าความยืดหยุ่นของเราจะหายไป ความยืดหยุ่นของผู้ใหญ่มาจาก หมอนรองกระดูกสันหลัง และ กล้ามเนื้อ ต่างหาก อย่างไรก็ตาม การเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลัง และการใช้งานที่ไม่ถูกต้อง อาจทำให้เกิดอาการปวดหลังได้


Fun Facts เกี่ยวกับกระดูกสันหลัง!

  • เส้นประสาทไขสันหลังที่ทอดยาวจากสมองจนถึงกระดูกสันหลังส่วนเอว มีความยาวประมาณ 45 เซนติเมตร!
  • กระดูกสันหลังไม่ได้ตรงเป๊ะ! มันมีลักษณะโค้งเว้าเป็นรูปตัว S เพื่อช่วยในการทรงตัว และรองรับน้ำหนัก
  • ยีราฟ ก็มีกระดูกสันหลังส่วนคอ 7 ชิ้น เท่ากับมนุษย์เลย!

เปรียบเทียบจำนวนกระดูกสันหลัง

ส่วนของกระดูกสันหลัง ทารก ผู้ใหญ่
คอ (Cervical) 7 7
อก (Thoracic) 12 12
เอว (Lumbar) 5 5
กระเบนเหน็บ (Sacrum) 5 1 (เชื่อมติดกัน)
ก้นกบ (Coccyx) 4 1 (เชื่อมติดกัน)
รวม 33 26

การเปลี่ยนแปลงของกระดูกสันหลัง จาก 33 เป็น 26 ชิ้น เป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้เรามีโครงสร้างร่างกายที่แข็งแรง และรองรับการใช้ชีวิตประจำวัน


#กระดูกสันหลัง #ร่างกายมนุษย์ #ทารกแรกเกิด #ข้อเท็จจริง

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...