ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

78% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่สามารถระบุอีเมล Phishing ได้: ทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล

78% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่สามารถระบุอีเมล Phishing ได้: ทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล

78% ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตไม่สามารถระบุอีเมล Phishing ได้: ทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล

ในยุคดิจิทัลที่การใช้อินเทอร์เน็ตแพร่หลาย การรับรู้ถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หนึ่งในภัยคุกคามที่พบได้บ่อยและสร้างความเสียหายอย่างมากคือ Phishing ซึ่งเป็นกลโกงที่มิจฉาชีพใช้หลอกลวงให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รหัสผ่าน บัญชีธนาคาร หรือหมายเลขบัตรเครดิต

น่าตกใจที่ผลการศึกษาโดย สถาบันวิจัยความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ พบว่า 78% ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตไม่สามารถระบุอีเมล Phishing ได้ ตัวเลขที่น่าเป็นห่วงนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการเสริมสร้างทักษะในการระบุและป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์

ลักษณะของอีเมล Phishing

อีเมล Phishing มักมีลักษณะดังนี้

  1. ส่งมาจากแหล่งที่ไม่รู้จักหรือปลอมแปลงเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น ธนาคาร บริษัทบัตรเครดิต หรือเว็บไซต์ยอดนิยม
  2. มีลิงก์หรือไฟล์แนบที่น่าสงสัย ซึ่งอาจมีมัลแวร์หรือเชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์ปลอม
  3. ใช้ภาษาเร่งเร้า สร้างความกลัว หรือเสนอสิ่งจูงใจที่ดูดีเกินจริง เพื่อหลอกลวงให้ผู้รับเปิดเผยข้อมูล

ทักษะที่จำเป็นในการป้องกันตนเอง

เพื่อป้องกันตนเองจากอีเมล Phishing ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควรมีทักษะดังนี้

  • ตรวจสอบอีเมลอย่างละเอียดก่อนคลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์แนบ
  • สังเกตที่อยู่อีเมลของผู้ส่งว่าถูกต้องหรือไม่
  • อย่าหลงเชื่ออีเมลที่ขอข้อมูลส่วนบุคคล เช่น รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัญชีธนาคาร
  • อัปเดตซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสและระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ

ข้อมูลสถิติที่น่าสนใจ

ประเภทของการโจมตีทางไซเบอร์ เปอร์เซ็นต์ของการโจมตีทั้งหมด
Phishing 33%
มัลแวร์ 28%
การโจมตีแบบ DoS 15%

ตารางข้างต้นแสดงให้เห็นว่า Phishing เป็นการโจมตีทางไซเบอร์ที่พบได้บ่อยที่สุด คิดเป็น 33% ของการโจมตีทั้งหมด

Fun Fact

รู้หรือไม่ว่า คำว่า “Phishing” มีที่มาจากคำว่า “fishing” ซึ่งหมายถึงการตกปลา เพราะมิจฉาชีพจะใช้อีเมลเป็นเหยื่อล่อให้เหยื่อหลงกล เหมือนกับนักตกปลาที่ใช้เหยื่อล่อปลา

#Phishing #ความปลอดภัยทางไซเบอร์ #ทักษะดิจิทัล #ภัยคุกคาม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...