ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

นกในเมือง อาจเป็นพาหะแพร่เชื้อ ‘superbugs’ ต้านยาปฏิชีวนะ งานวิจัยเผย

นกในเมือง อาจเป็นพาหะแพร่เชื้อ ‘superbugs’ ต้านยาปฏิชีวนะ งานวิจัยเผย

นกในเมือง อาจเป็นพาหะแพร่เชื้อ ‘superbugs’ ต้านยาปฏิชีวนะ งานวิจัยเผย

นกในเมือง อาจเป็นพาหะแพร่เชื้อแบคทีเรียดื้อยา หรือที่รู้จักกันในชื่อ ‘superbugs’ ไปสู่มนุษย์ได้ งานวิจัยเผย สร้างความกังวลต่อความเสี่ยงด้านสาธารณสุขที่เพิ่มขึ้นในเขตเมือง

งานวิจัยชิ้นนี้ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Science of the Total Environment ศึกษาตัวอย่างแบคทีเรียจากนกพิราบในเมืองใหญ่หลายแห่งทั่วโลก และพบว่านกเหล่านี้เป็นพาหะของแบคทีเรียดื้อยาหลายชนิด รวมถึงเชื้ออีโคไลและเชื้อซัลโมเนลลา ซึ่งเป็นสาเหตุของการติดเชื้อในมนุษย์

นักวิจัยเชื่อว่า นกในเมืองอาจได้รับเชื้อแบคทีเรียดื้อยาจากหลายแหล่ง เช่น จากการสัมผัสกับขยะ อาหารที่ปนเปื้อน หรือแม้แต่น้ำในเมือง และเนื่องจากนกมีวิถีชีวิตที่เคลื่อนที่ไปมาในระยะทางไกล จึงทำให้สามารถแพร่เชื้อแบคทีเรียดื้อยาไปยังพื้นที่ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบ

การสัมผัสกับมูลนก ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจทำให้มนุษย์ติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ การติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยามีความอันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากยาปฏิชีวนะทั่วไปไม่สามารถฆ่าเชื้อเหล่านี้ได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงขึ้น ต้องใช้เวลารักษาตัวนานขึ้น และอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

ข้อควรปฏิบัติเพื่อลดความเสี่ยง

เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาจากนกในเมือง ประชาชนควรปฏิบัติดังนี้

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับมูลนกโดยตรง
  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำสะอาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากสัมผัสกับนก สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งของที่อาจปนเปื้อนมูลนก
  • หลีกเลี่ยงการให้อาหารนกในบริเวณบ้านหรือที่สาธารณะ เนื่องจากอาจดึงดูดนกจำนวนมากและเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายของเชื้อโรค
  • ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณบ้านและที่สาธารณะให้สะอาดอยู่เสมอ เพื่อลดแหล่งที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหารของนก

ข้อเท็จจริงที่น่าสนใจ (Fun Fact)

นกพิราบในเมืองใหญ่บางแห่ง มีจำนวนมากกว่าประชากรมนุษย์เสียอีก! ตัวอย่างเช่น ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ คาดว่ามีนกพิราบอาศัยอยู่มากกว่า 1 ล้านตัว ในขณะที่ประชากรของเมืองมีประมาณ 9 ล้านคน

ตารางแสดงสถิติการดื้อยาของแบคทีเรียบางชนิดในนกพิราบ

แบคทีเรีย ชนิดยาปฏิชีวนะ อัตราการดื้อยา (%)
เชื้ออีโคไล แอมพิซิลลิน 60-80
เชื้ออีโคไล เตตราไซคลิน 40-60
เชื้อซัลโมเนลลา แอมพิซิลลิน 30-50
เชื้อซัลโมเนลลา ไตรเมโธพริม-ซัลฟาเมทอกซาโซล 20-40

**หมายเหตุ:** ข้อมูลในตารางเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น อัตราการดื้อยาของแบคทีเรียอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น สถานที่ ฤดูกาล และชนิดของยาปฏิชีวนะที่ใช้

การแพร่กระจายของเชื้อแบคทีเรียดื้อยาเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ และนกในเมืองก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ไม่ควรมองข้าม การตระหนักรู้ถึงปัญหานี้และการปฏิบัติตนอย่างถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อและป้องกันการแพร่ระบาดของ ‘superbugs’ ได้

#นกในเมือง #แบคทีเรียดื้อยา #สาธารณสุข #สิ่งแวดล้อม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...