ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

แคดเมียม (Cadmium) - ภัยเงียบที่ทำลายไตและกระดูก

แคดเมียม (Cadmium) - ภัยเงียบที่ทำลายไตและกระดูก

แคดเมียม (Cadmium) - ภัยเงียบที่ทำลายไตและกระดูก

แคดเมียม (Cadmium) เป็นโลหะหนักชนิดหนึ่งที่มีสีขาวเงิน มันวาว พบได้ในธรรมชาติปะปนอยู่ในแร่สังกะสี ตะกั่ว และทองแดง แม้ว่าแคดเมียมจะมีประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม เช่น ใช้ในแบตเตอรี่รถยนต์ พลาสติก สี แต่การสัมผัสแคดเมียมในระดับสูงเป็นเวลานานก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อไตและกระดูก

แคดเมียมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?

คนเราสามารถได้รับแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น:

  1. การสูดดมควันบุหรี่ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม
  2. การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนแคดเมียม เช่น ข้าว ผัก ปลา ที่ปลูกหรืออาศัยอยู่ในบริเวณที่มีการปนเปื้อน
  3. การดื่มน้ำที่ปนเปื้อนแคดเมียม
  4. การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแคดเมียม

พิษภัยของแคดเมียมต่อไต

ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด เมื่อแคดเมียมเข้าสู่ร่างกาย จะถูกไตกรองออก แต่แคดเมียมสามารถสะสมในไตได้ และทำลายเซลล์ไต ส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ ในระยะยาวอาจนำไปสู่โรคไตเรื้อรัง ไตวาย และอาจต้องได้รับการรักษาด้วยการล้างไตหรือปลูกถ่ายไต

พิษภัยของแคดเมียมต่อกระดูก

แคดเมียมรบกวนการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก และส่งผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก ทำให้กระดูกเปราะบาง แตกหักง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน

ผลกระทบอื่นๆ ของแคดเมียมต่อสุขภาพ

นอกจากไตและกระดูกแล้ว แคดเมียมยังส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่

  • ระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง
  • ระบบสืบพันธุ์ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นหมัน
  • ระบบประสาท ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ความจำเสื่อม
  • ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย

การป้องกันพิษจากแคดเมียม

เราสามารถลดความเสี่ยงในการได้รับแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายได้ โดย

  1. หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และควันบุหรี่มือสอง
  2. เลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ปนเปื้อนแคดเมียมได้ง่าย เช่น หอยนางรม เครื่องในสัตว์
  3. ล้างผัก ผลไม้ ให้สะอาดก่อนรับประทาน
  4. ดื่มน้ำจากแหล่งน้ำที่สะอาด ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ
  5. ผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแคดเมียม ควรสวมใส่เครื่องป้องกัน เช่น หน้ากาก ถุงมือ เพื่อป้องกันการสัมผัส

รู้ทัน ป้องกัน รักษา

การรู้เท่าทันพิษภัยของแคดเมียม ปฏิบัติตนเพื่อป้องกัน รวมถึงการตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ จากแคดเมียมได้ หากสงสัยว่าตนเองได้รับแคดเมียมในปริมาณมาก ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป

ตารางแสดงปริมาณแคดเมียมที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน

กลุ่มอายุ ปริมาณแคดเมียมที่ทนได้ต่อสัปดาห์ (ไมโครกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/สัปดาห์)
ทารก (0-12 เดือน) ไม่ควรได้รับ
เด็ก (1-10 ปี) 2.5
วัยรุ่นและผู้ใหญ่ (มากกว่า 10 ปี) 2.5

อ้างอิง : https://www.efsa.europa.eu/en/efsajournal/pub/4750

#แคดเมียม #โลหะหนัก #โรคไต #กระดูกพรุน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...