แคดเมียม (Cadmium) - ภัยเงียบที่ทำลายไตและกระดูก
แคดเมียม (Cadmium) เป็นโลหะหนักชนิดหนึ่งที่มีสีขาวเงิน มันวาว พบได้ในธรรมชาติปะปนอยู่ในแร่สังกะสี ตะกั่ว และทองแดง แม้ว่าแคดเมียมจะมีประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม เช่น ใช้ในแบตเตอรี่รถยนต์ พลาสติก สี แต่การสัมผัสแคดเมียมในระดับสูงเป็นเวลานานก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อไตและกระดูก
แคดเมียมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร?
คนเราสามารถได้รับแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เช่น:
- การสูดดมควันบุหรี่ ควันจากโรงงานอุตสาหกรรม
- การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนแคดเมียม เช่น ข้าว ผัก ปลา ที่ปลูกหรืออาศัยอยู่ในบริเวณที่มีการปนเปื้อน
- การดื่มน้ำที่ปนเปื้อนแคดเมียม
- การทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแคดเมียม
พิษภัยของแคดเมียมต่อไต
ไตเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กรองของเสียออกจากเลือด เมื่อแคดเมียมเข้าสู่ร่างกาย จะถูกไตกรองออก แต่แคดเมียมสามารถสะสมในไตได้ และทำลายเซลล์ไต ส่งผลให้ไตทำงานผิดปกติ ในระยะยาวอาจนำไปสู่โรคไตเรื้อรัง ไตวาย และอาจต้องได้รับการรักษาด้วยการล้างไตหรือปลูกถ่ายไต
พิษภัยของแคดเมียมต่อกระดูก
แคดเมียมรบกวนการทำงานของเซลล์สร้างกระดูก และส่งผลต่อความหนาแน่นของมวลกระดูก ทำให้กระดูกเปราะบาง แตกหักง่าย เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคกระดูกพรุน
ผลกระทบอื่นๆ ของแคดเมียมต่อสุขภาพ
นอกจากไตและกระดูกแล้ว แคดเมียมยังส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ของร่างกาย ได้แก่
- ระบบทางเดินหายใจ ทำให้เกิดโรคหลอดลมอักเสบ ถุงลมโป่งพอง
- ระบบสืบพันธุ์ ทำให้เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เป็นหมัน
- ระบบประสาท ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ เวียนศีรษะ ความจำเสื่อม
- ระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อได้ง่าย
การป้องกันพิษจากแคดเมียม
เราสามารถลดความเสี่ยงในการได้รับแคดเมียมเข้าสู่ร่างกายได้ โดย
- หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ และควันบุหรี่มือสอง
- เลือกรับประทานอาหารที่ปลอดภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่ปนเปื้อนแคดเมียมได้ง่าย เช่น หอยนางรม เครื่องในสัตว์
- ล้างผัก ผลไม้ ให้สะอาดก่อนรับประทาน
- ดื่มน้ำจากแหล่งน้ำที่สะอาด ผ่านการตรวจสอบคุณภาพ
- ผู้ที่ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับแคดเมียม ควรสวมใส่เครื่องป้องกัน เช่น หน้ากาก ถุงมือ เพื่อป้องกันการสัมผัส
รู้ทัน ป้องกัน รักษา
การรู้เท่าทันพิษภัยของแคดเมียม ปฏิบัติตนเพื่อป้องกัน รวมถึงการตรวจสุขภาพเป็นประจำ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ จากแคดเมียมได้ หากสงสัยว่าตนเองได้รับแคดเมียมในปริมาณมาก ควรพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้องต่อไป
ตารางแสดงปริมาณแคดเมียมที่แนะนำให้บริโภคต่อวัน
| กลุ่มอายุ | ปริมาณแคดเมียมที่ทนได้ต่อสัปดาห์ (ไมโครกรัม/กิโลกรัมน้ำหนักตัว/สัปดาห์) |
|---|---|
| ทารก (0-12 เดือน) | ไม่ควรได้รับ |
| เด็ก (1-10 ปี) | 2.5 |
| วัยรุ่นและผู้ใหญ่ (มากกว่า 10 ปี) | 2.5 |
อ้างอิง : https://www.efsa.europa.eu/en/efsajournal/pub/4750
#แคดเมียม #โลหะหนัก #โรคไต #กระดูกพรุน