ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จริงหรือไม่? การใช้โทรศัพท์ก่อนนอน ทำให้หลับยาก

จริงหรือไม่? การใช้โทรศัพท์ก่อนนอน ทำให้หลับยาก

จริงหรือไม่? การใช้โทรศัพท์ก่อนนอน ทำให้หลับยาก

ในยุคดิจิทัลที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นเหมือนอวัยวะที่ 33 ของเรา หลายคนคงคุ้นเคยกับการเลื่อนหน้าฟีด TikTok เช็กข้อความไลน์ หรือแม้แต่เคลียร์งานค้างคา จนล่วงเลยไปถึงเวลานอน แต่รู้หรือไม่ว่าพฤติกรรมใกล้ตัวแบบนี้ อาจส่งผลเสียต่อการนอนหลับของเราอย่างคึกคาม! บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ “การใช้โทรศัพท์ก่อนนอนทำให้หลับยาก จริงหรือไม่?”

แสงสีฟ้า ตัวการร้ายทำลายฮอร์โมนนอนหลับ

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้การใช้โทรศัพท์ก่อนนอนส่งผลต่อการนอนหลับ คือ “แสงสีฟ้า” (Blue Light) ซึ่งถูกปล่อยออกมาจากหน้าจอโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และแท็บเล็ต โดยแสงสีฟ้านี้มีผลต่อการยับยั้งการผลิต “เมลาโทนิน” (Melatonin) ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ควบคุมวงจรการตื่นและการนอนหลับ (Sleep-Wake Cycle) เมื่อร่างกายได้รับแสงสีฟ้าในปริมาณมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน จะทำให้สมองเข้าใจผิดคิดว่ายังเป็นเวลากลางวัน ส่งผลให้เรารู้สึกตื่นตัว นอนหลับยากขึ้น และอาจทำให้คุณภาพการนอนแย่ลงอีกด้วย

ผลวิจัยชี้ชัด! ใช้โทรศัพท์ก่อนนอน เสี่ยงนอนหลับไม่เพียงพอ

งานวิจัยจาก National Sleep Foundation พบว่า ผู้ใหญ่กว่า 90% มีพฤติกรรมใช้โทรศัพท์มือถือ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ ภายใน 1 ชั่วโมงก่อนเข้านอน ซึ่งสอดคล้องกับผลการศึกษาของ Harvard Medical School ที่ระบุว่า การสัมผัสกับแสงสีฟ้าก่อนนอน ส่งผลให้การหลั่งเมลาโทนินลดลง ทำให้ใช้เวลานานขึ้นในการนอนหลับ และลดระยะเวลาของการนอนหลับลึก (Deep Sleep) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สำคัญต่อการฟื้นฟูร่างกาย

ผลกระทบจากการใช้โทรศัพท์ก่อนนอน เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ได้รับผลกระทบ
นอนหลับยากขึ้น 78%
ตื่นกลางดึกบ่อยขึ้น 62%
รู้สึกเหนื่อยล้าในตอนเช้า 85%
สมาธิและความจำลดลง 53%

นอกจากนี้ การใช้โทรศัพท์ก่อนนอนยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เช่น เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด และโรคซึมเศร้าได้อีกด้วย

Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า…

  • สมองของเราต้องการเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงในการปรับตัวเพื่อเข้าสู่โหมดพักผ่อน ดังนั้นการงดใช้โทรศัพท์ก่อนนอน 1-2 ชั่วโมง จึงช่วยให้เราหลับได้ง่ายและหลับสนิทมากขึ้น
  • การอ่านหนังสือ ฟังเพลงเบาๆ หรืออาบน้ำอุ่นก่อนนอน เป็นกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายและเตรียมตัวสำหรับการนอนหลับที่ดีกว่า

บทสรุป

จะเห็นได้ว่าการใช้โทรศัพท์ก่อนนอนส่งผลเสียต่อการนอนหลับอย่างมาก ดังนั้น หากคุณต้องการมีสุขภาพการนอนที่ดี ควรลองปรับพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือก่อนเข้านอน และหันไปทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ และตื่นมาพร้อมกับความสดชื่นในเช้าวันใหม่

#การนอนหลับ #โทรศัพท์มือถือ #สุขภาพ #แสงสีฟ้า

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม

5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม 5 เคล็ดลับในการทำให้ตนเองเป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคม ในสังคมที่เต็มไปด้วยความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การพัฒนาตนเองให้เป็นคนที่ดีขึ้นและมีคุณค่าต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม บทความนี้นำเสนอ 5 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณก้าวสู่การเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อโลกใบนี้ 1. ฝึกฝนการเป็นผู้ฟังที่ดี การฟังอย่างตั้งใจเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า คนที่ฝึกฝนการฟังอย่างตั้งใจจะมีแนวโน้มที่จะเป็นผู้นำที่ดีกว่า มีความคิดสร้างสรรค์ และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาได้ดีกว่า เมื่อคุณฟังผู้อื่นอย่างตั้งใจ คุณจะสามารถเข้าใจมุมมอง ความคิด และความรู้สึกของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้ง สร้างความเข้าใจ และเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น 2. เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) คือ ความสามารถในการรับรู้ เข้าใจ จัดการ และแสดงออกทางอารมณ์ของตนเองและผู้อื่นได้อย่างเหมาะสม งานวิจัยมากม...