เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านประสบการณ์ที่ต้องฝ่าฟันกับความขี้เกียจของตัวเอง บางทีก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ อย่างเช่น การลุกจากเตียงไปอาบน้ำในตอนเช้า หรือการล้างจานที่ทิ้งไว้ข้ามคืน แต่บางครั้งความขี้เกียจก็เล่นงานเราหนักขึ้น จนทำให้เราผัดวันประกันพรุ่งกับเรื่องสำคัญในชีวิต จนอาจส่งผลเสียต่ออนาคตของเราได้
ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เคยต่อสู้กับความขี้เกียจมาอย่างยาวนาน และก็ต้องยอมรับว่าหลายครั้งผมเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับมัน จนทำให้พลาดโอกาสดี ๆ ในชีวิตไปมากมาย แต่ในวันนี้ ผมอยากจะมาแบ่งปันประสบการณ์จากมุมมองของคนที่เคยจมอยู่กับความขี้เกียจ และอยากจะส่งต่อกำลังใจให้กับคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาเดียวกันอยู่ครับ
ความรู้สึกผิดที่กัดกินเราจากภายใน
สิ่งหนึ่งที่ตามมาหลอกหลอนคนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งเสมอ คือ ความรู้สึกผิดครับ ลองนึกภาพตามนะครับ คุณมีงานสำคัญที่ต้องส่งพรุ่งนี้ แต่คุณกลับเลือกที่จะนอนดูซีรีย์เรื่องโปรดจนดึกดื่น แม้จะรู้ทั้งรู้ว่างานนี้สำคัญกับอนาคตของคุณมากแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายคุณก็ต้องรีบตื่นเช้ามาทำงานแบบลวก ๆ ส่งงานไม่ทันเวลา และพลาดโอกาสสำคัญไปอย่างน่าเสียดาย
ความรู้สึกผิดเหล่านี้จะคอยกัดกินความมั่นใจในตัวเองของคุณลงไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดคุณอาจกลายเป็นคนที่ไม่กล้าลงมือทำอะไรเพราะกลัวความผิดพลาด และนั่นยิ่งทำให้คุณจมอยู่กับความขี้เกียจมากขึ้นไปอีก เป็นวงจรอุบาทว์ที่ไม่มีวันสิ้นสุด
ก้าวข้ามความกลัว เริ่มต้นจากก้าวเล็ก ๆ
แล้วเราจะหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้อย่างไร? คำตอบง่ายมากครับ เริ่มต้นที่ "ลงมือทำ" แค่นั้นเอง! ฟังดูเหมือนง่าย แต่เชื่อเถอะครับว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะเอาชนะใจตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่เคยชินกับการผัดวันประกันพรุ่งมาเป็นเวลานาน
สิ่งสำคัญคือ เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองภายในวันเดียว ลองเริ่มต้นจากเป้าหมายเล็ก ๆ ก่อน เช่น ตั้งเป้าว่าพรุ่งนี้จะตื่นเช้าขึ้น 15 นาที เพื่อที่จะได้มีเวลาเตรียมตัวไปทำงานแบบไม่เร่งรีบ หรือถ้าคุณมีงานที่ต้องทำ ลองแบ่งงานออกเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วค่อย ๆ ลงมือทำทีละส่วน อย่าไปกดดันตัวเองว่าต้องทำให้เสร็จทั้งหมดในคราวเดียว
แรงบันดาลใจคือเชื้อเพลิงชั้นดี
อีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้คุณเอาชนะความขี้เกียจได้ คือ การหาแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ลองถามตัวเองดูว่า จริง ๆ แล้วคุณอยากทำอะไร อยากใช้ชีวิตแบบไหนในอนาคต และเมื่อคุณพบเป้าหมายที่ชัดเจนแล้ว จงใช้เป้าหมายนั้นเป็นแรงผลักดันให้คุณก้าวเดินต่อไปข้างหน้า
ตัวอย่างเช่น คุณฝันอยากเป็นนักเขียนชื่อดัง แต่กลับไม่มีวินัยในการเขียนเลย ลองหาหนังสือที่คุณชื่นชอบสักเล่ม อ่านมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า วิเคราะห์วิธีการเขียนของนักเขียนคนนั้น ศึกษาเทคนิคต่าง ๆ แล้วนำมาปรับใช้กับงานเขียนของคุณเอง
อย่ายอมแพ้กับความท้อแท้
เส้นทางสู่ความสำเร็จมักไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป คุณอาจต้องพบเจอกับอุปสรรคนานัปการ และบางครั้งความพ่ายแพ้ก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก สิ่งสำคัญคือ อย่าปล่อยให้ความท้อแท้มาทำลายความฝันของคุณ
จำไว้ว่า แม้แต่นักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกก็ล้วนแล้วแต่เคยล้มเหลวมาก่อน พวกเขาฝึกฝนอย่างหนัก ล้มแล้วลุกขึ้นสู้ใหม่ จนกระทั่งประสบความสำเร็จในที่สุด ดังนั้น จงเรียนรู้จากความผิดพลาด ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง และก้าวเดินต่อไป
สุดท้ายนี้ ผมอยากจะบอกว่า คุณไม่ได้อยู่คนเดียวบนโลกใบนี้ มีคนอีกมากมายที่กำลังต่อสู้กับความขี้เกียจอยู่เช่นกัน และผมเชื่อว่า หากคุณมีความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้อะไรง่าย ๆ สักวันหนึ่งคุณจะต้องเอาชนะมันได้อย่างแน่นอน
จากใจคนที่เคยขี้เกียจเหมือนกัน
| เคล็ดลับ | วิธีปฏิบัติ |
|---|---|
| ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ | เริ่มต้นจากสิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ |
| แบ่งงานเป็นส่วนย่อย | ทำให้เสร็จทีละส่วน ไม่ต้องรีบร้อน |
| ให้รางวัลตัวเอง | เมื่อทำสำเร็จตามเป้าหมาย |
#เอาชนะความขี้เกียจ #ผัดวันประกันพรุ่ง #แรงบันดาลใจ #พัฒนาตัวเอง