ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เพียงแค่เราลดการใช้พลาสติก จะสามารถช่วยลดมลพิษในทะเลได้เยอะ

ปัญหาขยะพลาสติกในทะเลนับเป็นวิกฤตการณ์สิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกวัน ภาพของสัตว์ทะเลที่ติดอวน หรือกินพลาสติกเข้าไปจนเสียชีวิตปรากฏให้เห็นตามสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วน ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งการลดการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวันของเรา แม้จะเป็นเพียงส่วนเล็กๆ แต่ก็สามารถสร้าง ผลกระทบในวงกว้างและช่วยลดมลพิษในทะเลได้อย่างมหาศาล

จากข้อมูลขององค์กรอนุรักษ์มหาสมุทร (Ocean Conservancy) พบว่า พลาสติกกว่า 8 ล้านตันถูกทิ้งลงสู่มหาสมุทรทั่วโลกในแต่ละปี โดยพลาสติกเหล่านี้ต้องใช้เวลานานนับร้อยปีในการย่อยสลาย และในระหว่างนั้น พวกมันก็จะสลายตัวเป็นอนุภาคขนาดเล็กที่เรียกว่า “ไมโครพลาสติก” ซึ่งปนเปื้อนอยู่ในห่วงโซ่อาหารและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล รวมถึงมนุษย์ในที่สุด

ตัวอย่างผลกระทบของขยะพลาสติกต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล

สัตว์ทะเล ผลกระทบ
เต่าทะเล ติดอวนจับปลา, กินถุงพลาสติกเพราะเข้าใจผิดว่าเป็นแมงกะพรุน
นกทะเล กินเศษพลาสติกขนาดเล็กเข้าไป ทำให้อิ่มท้องและขาดสารอาหาร
ปลา กินไมโครพลาสติกเข้าไป ส่งผลต่อระบบย่อยอาหารและการสืบพันธุ์

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ซานตาบาร์บารา (UCSB) พบว่า ปัจจุบันมีขยะพลาสติกสะสมอยู่ในมหาสมุทรมากถึง 5.25 ล้านล้านชิ้น และคาดว่าภายในปี 2050 มหาสมุทรจะมีปริมาณขยะพลาสติกมากกว่าจำนวนปลาทั้งหมดรวมกัน

วิธีลดการใช้พลาสติกในชีวิตประจำวัน

  1. พกถุงผ้า กระบอกน้ำ และกล่องข้าว reusable ติดตัวเป็นประจำ
  2. หลีกเลี่ยงการใช้หลอดพลาสติก เลือกใช้หลอดที่ทำจากวัสดุอื่นแทน เช่น หลอดกระดาษ หลอดสแตนเลส
  3. ลดการซื้อสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติก เลือกซื้อสินค้าแบบเติม หรือสินค้าที่ใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแทน
  4. คัดแยกขยะพลาสติกอย่างถูกวิธี เพื่อนำไปรีไซเคิล

การลดการใช้พลาสติกไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของเรา เพียงแค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับสิ่งแวดล้อมทางทะเลได้ มาร่วมกันเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาท้องทะเลให้สวยงามและอุดมสมบูรณ์ เพื่ออนาคตของเราและคนรุ่นหลัง

#ลดพลาสติก #รักษ์ทะเล #มลพิษทางทะเล #สิ่งแวดล้อม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...