ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

11.11: มหกรรมช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

11.11: มหกรรมช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

11.11: มหกรรมช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก

วันที่ 11 พฤศจิกายน ของทุกปี กลายเป็นวันสำคัญวันหนึ่งในวงการค้าปลีกทั่วโลก ด้วยการถือกำเนิดของมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอย่าง 11.11 หรือ วันคนโสด ซึ่งแม้จะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่ อิทธิพลของ 11.11 ได้แผ่ขยายไปทั่วโลก ดึงดูดนักช้อปหลายล้านคนให้เข้าร่วมจับจ่ายซื้อสินค้ามากมายในราคาสุดพิเศษ

จุดเริ่มต้นของ 11.11 นั้น เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษที่ 1990 ในหมู่นักศึกษาชาวจีน ที่เลือกวันที่ 11 เดือน 11 เป็นวันเฉลิมฉลองความโสด ด้วยการซื้อของขวัญให้ตัวเองเพื่อปลอบใจ ต่อมา Alibaba บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน มองเห็นโอกาสทางการตลาด จึงเปิดตัวแคมเปญลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2009 ผลปรากฏว่าได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ยอดขายพุ่งสูงทำลายสถิติ กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ที่สร้างความสั่นสะเทือนแก่วงการค้าปลีกทั่วโลก

ตัวเลขที่น่าทึ่งของ 11.11 สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของมหกรรมช้อปปิ้งนี้ได้เป็นอย่างดี ข้อมูลจาก Alibaba ระบุว่า ในปี 2020 มียอดขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Tmall และ Taobao ในช่วง 11.11 สูงถึง 74.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ มากกว่ายอดขายรวมของ Black Friday และ Cyber Monday ในสหรัฐอเมริการวมกันเสียอีก

ความสำเร็จของ 11.11 ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในประเทศจีนเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่ตลาดต่างประเทศอย่างรวดเร็ว แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำทั่วโลก อาทิ Shopee, Lazada, Amazon ต่างตบเท้าเข้าร่วมมหกรรมช้อปปิ้งออนไลน์นี้ ด้วยการจัดโปรโมชั่นและส่วนลดสุดพิเศษ เพื่อดึงดูดนักช้อปทั่วโลก

ปี ยอดขาย (พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)
2016 17.8
2017 25.3
2018 30.8
2019 38.4
2020 74.1

11.11 ไม่ได้เป็นเพียงแค่ปรากฏการณ์ช้อปปิ้งออนไลน์เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องสะท้อนถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และภูมิทัศน์ของธุรกิจค้าปลีก ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในยุคดิจิทัล

Fun Fact: รู้หรือไม่ว่า ในช่วง 11.11 ปี 2020 มีการส่งพัสดุมากกว่า 3.8 พันล้านชิ้น ในประเทศจีน เพื่อรองรับความต้องการของนักช้อป

#11.11 #ช้อปปิ้งออนไลน์ #วันคนโสด #อีคอมเมิร์ซ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วโลกเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่สร้างความกังวลอย่างมาก แต่การระบุว่าคลื่นความร้อนเหล่านี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนโดยตรงนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการไขปริศนานี้ โดยช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล และสร้างแบบจำลองที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นความร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในอดีต การศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อคลื่นความร้อนนั้นทำได้ยากลำบาก เนื่องจากข้อมูลสภาพอากาศมีจำนวนมหาศาลและมีความซับซ้อน แต่วิทยาการ AI เช่น Machine Learning สามารถเรียนรู้จากข้อมูลเหล่านี้ ระบุรูปแบบ และทำนายความน่าจะเป็นของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น งานวิจัยจาก Nature Communications แสดงให้เห็นว่า AI สามารถคาดการณ์ความรุนแรงและความถี่ของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างมีประสิ...