ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บอตสวานา เผยโฉมเพชรมหึมา 2,492 กะรัต ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

บอตสวานา เผยโฉมเพชรมหึมา 2,492 กะรัต ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

บอตสวานา เผยโฉมเพชรมหึมา 2,492 กะรัต ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

บอตสวานา ประเทศในทวีปแอฟริกาใต้ แหล่งเพชรชั้นนำของโลก ได้สร้างความฮือฮาอีกครั้ง ด้วยการค้นพบเพชรสีขาวขนาดมหึมา น้ำหนักถึง 2,492 กะรัต นับเป็นเพชรดิบที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์

เพชรเม็ดม๎าวนี้ ถูกขุดพบที่เหมืองจาวานา (Jwaneng) ซึ่งบริหารงานโดยบริษัท เดบสวานา (Debswana) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐบาลบอตสวานาและ De Beers บริษัทค้าเพชรยักษ์ใหญ่ระดับโลก การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายน 2566 และเพิ่งมีการประกาศอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้

ขนาด น้ำหนัก และความสำคัญ

ด้วยน้ำหนัก 2,492 กะรัต เพชรเม็ดนี้มีขนาดใหญ่กว่าลูกเทนนิสเล็กน้อย และเป็นรองเพียงแค่เพชรคัลลิแนน (Cullinan Diamond) เท่านั้น ซึ่งถูกค้นพบในแอฟริกาใต้เมื่อปี 1905 ด้วยน้ำหนักมหาศาลถึง 3,106 กะรัต

การค้นพบเพชรขนาดใหญ่เช่นนี้ นับเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากยิ่งในวงการอัญมณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่เหมืองเพชรหลายแห่งทั่วโลก กำลังประสบปัญหาผลผลิตที่ลดลง

อันดับ ชื่อเพชร น้ำหนัก (กะรัต) ปีที่ค้นพบ สถานที่ค้นพบ
1 Cullinan Diamond 3,106.75 1905 แอฟริกาใต้
2 เพชรเม็ดนี้ 2,492 2023 บอตสวานา
3 Lesedi La Rona 1,109 2015 บอตสวานา

ความสำคัญทางเศรษฐกิจ

การค้นพบเพชรเม็ดนี้ นับเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจของบอตสวานา ซึ่งพึ่งพารายได้จากการส่งออกเพชรเป็นอย่างมาก คาดการณ์กันว่า เพชรเม็ดนี้อาจทำรายได้ให้กับประเทศหลายร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลบอตสวานา ยังไม่ได้เปิดเผยแผนการที่จะนำเพชรเม็ดนี้ไปขายทอดตลาด แต่คาดว่าจะได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากนักสะสมและนักลงทุนทั่วโลกอย่างแน่นอน

Fun Fact

- รู้หรือไม่ว่า คำว่า “กะรัต” ที่ใช้วัดน้ำหนักของเพชรนั้น มีที่มาจากเมล็ดของต้น carob ซึ่งในอดีตถูกนำมาใช้เป็นหน่วยวัดมาตรฐาน

- เพชรเม็ดนี้ สามารถตัดแบ่งออกเป็นเพชรเม็ดเล็ก ๆ ได้หลายร้อยเม็ด ซึ่งแต่ละเม็ดก็จะมีมูลค่ามหาศาล

#เพชร #บอตสวานา #อัญมณี #เศรษฐกิจ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วโลกเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่สร้างความกังวลอย่างมาก แต่การระบุว่าคลื่นความร้อนเหล่านี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนโดยตรงนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการไขปริศนานี้ โดยช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล และสร้างแบบจำลองที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นความร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในอดีต การศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อคลื่นความร้อนนั้นทำได้ยากลำบาก เนื่องจากข้อมูลสภาพอากาศมีจำนวนมหาศาลและมีความซับซ้อน แต่วิทยาการ AI เช่น Machine Learning สามารถเรียนรู้จากข้อมูลเหล่านี้ ระบุรูปแบบ และทำนายความน่าจะเป็นของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น งานวิจัยจาก Nature Communications แสดงให้เห็นว่า AI สามารถคาดการณ์ความรุนแรงและความถี่ของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างมีประสิ...