อาการเรียนไปก็มองเห็นอนาคตตัวเองถือใบปริญญาไม่ชัด เหมือนมีม่านหมอกบังตาอยู่ลาง ๆ เป็นกันบ้างไหม? ยิ่งเรียนก็ยิ่งรู้สึกไม่ใช่ ไม่อิน ไม่ใช่ทาง แถมเนื้อหาแต่ละวิชาก็ชวนให้หาวหวอด ๆ ยิ่งกว่าตอนเรียนแคลคูลัสตอนมัธยมซะอีก!
เชื่อว่าหลายคนกำลังเผชิญกับภาวะ “เรียนไปซิ่วไป” คือใจหนึ่งก็อยากจะซิ่วไปเริ่มต้นใหม่ในคณะที่ชอบ สาขาที่ใช่ แต่อีกใจหนึ่งก็กลัวว่าจะเสียเวลา เสียดายเงิน (ที่สำคัญคือเสียดายค่าเทอม!) แถมยังต้องมาแบกรับความคาดหวังจากครอบครัวอีก บอกเลยว่าเข้าใจความรู้สึกนี้มาก ๆ เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะมาชำแหละทุกข้อสงสัย ให้หายข้องใจกันไปเลยว่า ตกลงแล้ว “เรียนไปซิ่วไป” มันคุ้มค่ากับการเดิมพันหรือไม่?
ทำไมคนถึง “เรียนไปซิ่วไป”?
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนตัดสินใจ “เรียนไปซิ่วไป” ซึ่งก็มีปัจจัยมากมาย ดังนี้
- ค้นพบตัวเองเจอแล้วว่า “ไม่ใช่ทาง”! การเรียนในระดับมหาวิทยาลัยนั้น แตกต่างจากมัธยมปลายอย่างสิ้นเชิง หลายคนอาจจะเข้าใจว่าตัวเองชอบเรียนวิทยาศาสตร์ แต่พอมาเรียนจริง ๆ กลับพบว่าตัวเองชอบเรียนชีววิทยามากกว่าเคมี หรือบางคนอาจจะคิดว่าตัวเองอยากเป็นหมอ แต่พอได้เรียนวิชาที่เกี่ยวกับร่างกายมนุษย์จริง ๆ กลับรู้สึกว่าไม่ใช่ทาง
- แพสชั่นแรงแซงทุกโค้ง แน่นอนว่าการเรียนในสิ่งที่เรารักและชื่นชอบย่อมส่งผลต่อไฟในการเรียนรู้ บางคนค้นพบแพสชั่นของตัวเองระหว่างทาง แต่อาจจะไม่ใช่คณะหรือสาขาที่กำลังเรียนอยู่
- สภาพแวดล้อมเป็นใจ (ให้ซิ่ว) หลายครั้งที่การเรียนไม่ได้ขึ้นอยู่กับเนื้อหาเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงสภาพแวดล้อมในการเรียน เพื่อน อาจารย์ หรือแม้กระทั่งวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัย หากสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หลายคนเลือกที่จะ “ซิ่ว”
แล้วแบบนี้จะ “ซิ่ว” เลยดีไหม?
ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีไปกว่าตัวคุณเอง เพราะการตัดสินใจ “ซิ่ว” หรือ “ไม่ซิ่ว” ล้วนมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป ลองมาวิเคราะห์กันดู
| ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|
| ได้เริ่มต้นใหม่ในสิ่งที่ชอบและใช่สำหรับตัวเองมากขึ้น | ต้องเผชิญกับความเสี่ยง รวมถึงความกดดันในการสอบเข้าใหม่ |
| มีโอกาสประสบความสำเร็จในสายอาชีพที่รัก | อาจเสียเวลาและโอกาสในการเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น |
| ไม่ต้องทนเรียนในสิ่งที่ไม่ชอบไปอีก 4 ปี | อาจต้องเผชิญกับคำถามและความคาดหวังจากคนรอบข้าง |
“เรียนไปซิ่วไป” เทรนด์มาแรง หรือ แค่ผ่านไปเฉย ๆ?
จริงอยู่ที่ว่าการ “ซิ่ว” เป็นเรื่องปกติมากขึ้นในปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็น “เทรนด์” ที่ทุกคนต้องทำตาม ข้อมูลจาก Admission Premium เผยว่า มีนักเรียนจำนวนไม่น้อยที่เลือกเรียนต่อในมหาวิทยาลัยที่ไม่ได้ใฝ่ฝัน เนื่องจากปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และโอกาสทางการศึกษา
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจ “เรียนไปซิ่วไป” เป็นเรื่องที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ทั้งความพร้อมของตนเอง ความคาดหวังของครอบครัว รวมไปถึงโอกาสในการเรียนรู้ในอนาคต
สรุปแล้ว “เรียนไปซิ่วไป” คุ้มหรือไม่?
คำตอบคือ “ขึ้นอยู่กับ” ปัจจัยหลายอย่าง ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว บางคนอาจจะรู้สึกว่าการ “ซิ่ว” เป็นการเสียเวลา แต่สำหรับบางคน การ “ซิ่ว” อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิต
สิ่งสำคัญที่สุดคือ การตั้งคำถามกับตัวเอง ไตร่ตรองถึงเป้าหมายในชีวิต และปรึกษาหารือกับครอบครัว เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตของตัวคุณเอง
#เรียนไปซิ่วไป #Dek66 #TCAS #มหาลัย