การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนมีผลต่อการเกิดเหงื่อและกลิ่นตัวที่รักแร้อย่างไร?
หลายคนคงเคยสงสัยว่าทำไมบางช่วงเวลา เหงื่อของเราดูเหมือนจะออกมามากกว่าปกติ หรือมีกลิ่นที่เปลี่ยนไป จริงๆ แล้ว ปัจจัยที่มีผลต่อเรื่องนี้มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาหารการกิน, กิจกรรมที่ทำ, สภาพอากาศ หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่สวมใส่ แต่รู้หรือไม่ว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อาจเป็นต้นตอของปัญหากวนใจเหล่านี้ ก็คือ "การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน" ในร่างกายเรานั่นเอง
ฮอร์โมน... ตัวการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังเหงื่อและกลิ่น
ฮอร์โมนเปรียบเสมือนสารเคมีที่ทำหน้าที่เป็น "นักส่งข้อความ" คอยควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงต่อมเหงื่อด้วย ต่อมเหงื่อในร่างกายของเรามีอยู่ 2 ชนิดหลักๆ ได้แก่
- Eccrine glands: พบได้ทั่วร่างกาย ทำหน้าที่หลักในการระบายความร้อนของร่างกาย
- Apocrine glands: พบมากในบริเวณรักแร้, ขาหนีบ และหนังศีรษะ เริ่มทำงานเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น
เหงื่อที่สร้างจากต่อม Eccrine glands จะประกอบไปด้วยน้ำและเกลือแร่เป็นส่วนใหญ่ จึงค่อนข้างใสและไม่มีกลิ่น ในขณะที่เหงื่อจากต่อม Apocrine glands จะมีความข้นกว่า และมีส่วนผสมของโปรตีนและไขมัน ซึ่งเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรียบนผิวหนัง เมื่อแบคทีเรียย่อยสลายสารเหล่านี้ ก็จะปล่อยสารประกอบกำมะถันออกมา ทำให้เกิดกลิ่นตัวที่ไม่พึงประสงค์นั่นเอง
เมื่อฮอร์โมนแปรปรวน กลิ่นกายก็แปรเปลี่ยน
ฮอร์โมนที่ส่งผลต่อการทำงานของต่อมเหงื่อมากที่สุด คือ "ฮอร์โมนเพศ" ได้แก่ เทสโทสเตอโรน (Testosterone) ในเพศชาย และเอสโตรเจน (Estrogen) ในเพศหญิง ซึ่งระดับของฮอร์โมนเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดชีวิตตามช่วงวัย ดังนี้
| ช่วงวัย | การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน | ผลต่อเหงื่อและกลิ่นตัว |
|---|---|---|
| วัยเด็ก | ระดับฮอร์โมนเพศต่ำ | เหงื่อออกน้อย กลิ่นไม่รุนแรง |
| วัยรุ่น | ระดับฮอร์โมนเพศเพิ่มสูงขึ้น | เหงื่อออกมากขึ้น กลิ่นตัวเริ่มชัดเจน |
| วัยผู้ใหญ่ | ระดับฮอร์โมนเพศค่อนข้างคงที่ | เหงื่อและกลิ่นตัวอยู่ในระดับปกติ |
| วัยทอง | ระดับฮอร์โมนเพศลดลง โดยเฉพาะเอสโตรเจนในเพศหญิง | อาจมีเหงื่อออกมากผิดปกติในบางราย |
นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในภาวะต่างๆ เช่น การตั้งครรภ์, การมีประจำเดือน, ความเครียด ก็ส่งผลต่อเหงื่อและกลิ่นตัวได้เช่นกัน
รับมือกับกลิ่นกาย... อย่างมั่นใจ ไร้กังวล
แม้ว่าเราจะไม่สามารถหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนได้ แต่เราสามารถดูแลตัวเองเพื่อลดปัญหากลิ่นกายที่ไม่พึงประสงค์ได้ ดังนี้
- อาบน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง
- เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย
- สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์
- หลีกเลี่ยงอาหารที่มีกลิ่นฉุน
- ควบคุมความเครียด
ทั้งนี้ หากมีเหงื่อออกมากผิดปกติ หรือมีกลิ่นตัวรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรับการรักษาที่ถูกต้องต่อไป
#ฮอร์โมน #เหงื่อ #กลิ่นตัว #สุขภาพ