ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

รหัสผ่าน WiFi ยอดฮิต: เมื่อ "password" กลายเป็นดาบสองคม

รหัสผ่าน WiFi ยอดฮิต: เมื่อ "password" กลายเป็นดาบสองคม

รหัสผ่าน WiFi ยอดฮิต: เมื่อ "password" กลายเป็นดาบสองคม

ในโลกดิจิทัลที่การเชื่อมต่อไร้สาย WiFi กลายเป็นสิ่งจำเป็น การรักษาความปลอดภัยของเครือข่ายจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง รหัสผ่าน WiFi หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ "WiFi Password" เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่คอยปกป้องข้อมูลส่วนตัวของเราจากผู้ไม่ประสงค์ดี แต่จะเป็นอย่างไร หากกุญแจที่แข็งแกร่ง กลับกลายเป็นจุดอ่อนที่ใครๆ ก็สามารถไขเข้ามาได้ง่ายๆ?

น่าตกใจที่ผลสำรวจจากหลายแหล่งข้อมูลพบว่า รหัสผ่าน WiFi ที่ผู้คนนิยมใช้มากที่สุด ยังคงเป็นคำง่ายๆ อย่าง "password" ข้อมูลจาก SplashData ในปี 2020 ชี้ให้เห็นว่า "password" ครองแชมป์รหัสผ่านยอดแฮกง่ายเป็นอันดับหนึ่ง เช่นเดียวกับรายงานของ NordVPN ที่พบว่า รหัสผ่านอย่าง "123456" และ "qwerty" ก็ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

ตารางด้านล่างนี้แสดงให้เห็นถึง 10 อันดับ รหัสผ่าน WiFi ที่ถูกใช้บ่อยที่สุดในปี 2020 จากการรวบรวมข้อมูลของ SplashData:

อันดับ รหัสผ่าน
1 password
2 123456
3 123456789
4 qwerty
5 iloveyou
6 111111
7 123123
8 dragon
9 baseball
10 sunshine

เหตุผลที่อยู่เบื้องหลังพฤติกรรมเสี่ยงนี้ อาจมาจากความต้องการความสะดวกสบายในการจดจำ ผู้คนมักเลือกใช้คำง่ายๆ หรือตัวเลขเรียงกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการลืมรหัสผ่าน ทว่า ความสะดวกสบายดังกล่าว กลับกลายเป็นดาบสองคมที่เปิดช่องโหว่ให้แฮกเกอร์สามารถเจาะระบบได้อย่างง่ายดาย

งานวิจัยจาก University of Maryland พบว่า รหัสผ่านที่ประกอบด้วยตัวอักษรพิมพ์เล็กทั้งหมด สามารถถูกถอดรหัสได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที ขณะที่รหัสผ่านที่ผสมผสานระหว่างตัวพิมพ์ใหญ่-เล็ก ตัวเลข และสัญลักษณ์พิเศษ จะใช้เวลาในการถอดรหัสยาวนานขึ้นเป็นทวีคูณ

เพื่อหลีกเลี่ยงการตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์ เราควรตระหนักถึงความสำคัญของการตั้งรหัสผ่าน WiFi ที่คาดเดายาก หลีกเลี่ยงการใช้คำง่ายๆ วันเดือนปีเกิด หรือข้อมูลส่วนตัวที่สามารถหาได้ง่าย และควรเปลี่ยนรหัสผ่าน WiFi เป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว และความมั่นคงของเครือข่าย

#WiFi #Password #CyberSecurity #Privacy

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วโลกเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่สร้างความกังวลอย่างมาก แต่การระบุว่าคลื่นความร้อนเหล่านี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนโดยตรงนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการไขปริศนานี้ โดยช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล และสร้างแบบจำลองที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นความร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในอดีต การศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อคลื่นความร้อนนั้นทำได้ยากลำบาก เนื่องจากข้อมูลสภาพอากาศมีจำนวนมหาศาลและมีความซับซ้อน แต่วิทยาการ AI เช่น Machine Learning สามารถเรียนรู้จากข้อมูลเหล่านี้ ระบุรูปแบบ และทำนายความน่าจะเป็นของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น งานวิจัยจาก Nature Communications แสดงให้เห็นว่า AI สามารถคาดการณ์ความรุนแรงและความถี่ของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างมีประสิ...