ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

จังหวะเวลาที่ลงตัว: งานวิจัยไขความลับการรับรู้เวลาของสมอง


จังหวะเวลาที่ลงตัว: งานวิจัยไขความลับการรับรู้เวลาของสมอง

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า สมองของเรารับรู้และติดตามเวลาได้อย่างไร ทำไมบางครั้งเรารู้สึกว่าเวลานั้นผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางครั้งกลับรู้สึกเนิ่นนานราวกับติดอยู่ในห้วงเวลา บทความนี้จะพาไปสำรวจโลกอันน่าทึ่งของการรับรู้เวลาของมนุษย์ ผ่านผลงานวิจัยล่าสุดที่เผยให้เห็นกลไกอันซับซ้อนภายในสมอง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันมานานแล้วว่า สมองของเรานั้นไม่ได้มี "นาฬิกา" เพียงเรือนเดียวที่คอยควบคุมการรับรู้เวลา หากแต่เป็นเครือข่ายที่ซับซ้อนของเซลล์ประสาทที่ทำงานประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์ ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Nature Neuroscience ในปี 2020 นำโดยศาสตราจารย์ Joe Paton จาก Champalimaud Centre for the Unknown ประเทศโปรตุเกส ได้ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทีมวิจัยได้ทำการทดลองกับหนู โดยให้หนูเรียนรู้ที่จะคาดการณ์ว่าจะได้รับรางวัลเมื่อเวลาผ่านไปนานเท่าใด ผลปรากฏว่ารูปแบบการทำงานของเซลล์ประสาทใน striatum ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสมองที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้และการเคลื่อนไหว มีการเปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลาที่ผ่านไป ซึ่งบ่งชี้ว่าเซลล์ประสาทเหล่านี้มีบทบาทสำคัญในการรับรู้เวลา

นอกจากนี้ การวิจัยยังพบว่า การรับรู้เวลาของเราไม่ได้คงที่ แต่สามารถได้รับอิทธิพลจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น อารมณ์ ความสนใจ และประสบการณ์ที่ผ่านมา ยกตัวอย่างเช่น เวลาจะดูเหมือนผ่านไปเร็วมากเมื่อเรากำลังสนุกสนาน แต่จะเนิ่นนานราวกับชั่วกาลนานเมื่อเรากำลังเผชิญกับความกลัวหรือเบื่อหน่าย ปรากฏการณ์นี้สามารถอธิบายได้ด้วยทฤษฎี "attentional gate model" ซึ่งกล่าวว่า สมองของเราจะประมวลผลข้อมูลเกี่ยวกับเวลาน้อยลงเมื่อเรากำลังจดจ่ออยู่กับสิ่งอื่น ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ตารางแสดงอิทธิพลของปัจจัยต่าง ๆ ที่มีต่อการรับรู้เวลา

ปัจจัย อิทธิพลต่อการรับรู้เวลา
อารมณ์เชิงบวก (ความสุข ความตื่นเต้น) ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว
อารมณ์เชิงลบ (ความกลัว ความเบื่อ) ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้า
ความสนใจที่จดจ่อ ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว
ความเบื่อหน่าย ความไม่สนใจ ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้า
ประสบการณ์ที่แปลกใหม่ ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้า
ประสบการณ์ที่คุ้นเคย ทำให้เรารู้สึกว่าเวลาผ่านไปเร็ว

ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรับรู้เวลานั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาการรักษาโรคที่เกี่ยวข้องกับการรับรู้เวลาบกพร่อง เช่น โรคพาร์กินสัน และโรคสมาธิสั้น การออกแบบสภาพแวดล้อมการทำงานและการเรียนรู้ที่เอื้อต่อประสิทธิภาพสูงสุด รวมไปถึงการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะและสื่อบันเทิงที่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้ชมได้อย่างอยู่หมัด

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีความก้าวหน้าในการวิจัยด้านประสาทวิทยาศาสตร์ แต่การรับรู้เวลายังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสมองมนุษย์ นักวิทยาศาสตร์ยังคงพยายามค้นคว้าหาคำตอบว่าสมองของเราสามารถแปลงสัญญาณทางชีวเคมีให้กลายเป็นความรู้สึกเกี่ยวกับกาลเวลาได้อย่างไร การไขความลับของการรับรู้เวลาไม่เพียงแต่จะช่วยให้เราเข้าใจการทำงานของสมองได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ยังสามารถนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของมนุษย์ในอนาคตได้อีกด้วย

#สมอง #เวลา

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วโลกเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่สร้างความกังวลอย่างมาก แต่การระบุว่าคลื่นความร้อนเหล่านี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนโดยตรงนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการไขปริศนานี้ โดยช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล และสร้างแบบจำลองที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นความร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในอดีต การศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อคลื่นความร้อนนั้นทำได้ยากลำบาก เนื่องจากข้อมูลสภาพอากาศมีจำนวนมหาศาลและมีความซับซ้อน แต่วิทยาการ AI เช่น Machine Learning สามารถเรียนรู้จากข้อมูลเหล่านี้ ระบุรูปแบบ และทำนายความน่าจะเป็นของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น งานวิจัยจาก Nature Communications แสดงให้เห็นว่า AI สามารถคาดการณ์ความรุนแรงและความถี่ของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างมีประสิ...