อดีตรัฐมนตรีคลังโมซัมบิกถูกตัดสินว่ามีความผิดในสหรัฐอเมริกาจากเรื่องอื้อฉาวพันธบัตรทูน่า
ในปี 2013 และ 2014 โมซัมบิก ซึ่งเป็นประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้กู้เงินไปกว่า 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากธนาคารระหว่างประเทศ เช่น Credit Suisse และ VTB ของรัสเซีย เงินกู้นี้ ซึ่งเทียบเท่ากับ 12% ของ GDP ของโมซัมบิกในขณะนั้น ถูกจัดสรรอย่างลับๆ ผ่านบริษัทที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ โดยมีจุดประสงค์เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับโครงการพัฒนารวมถึงกองเรือประมงทูน่า
อย่างไรก็ตาม เงินกู้เหล่านี้กลายเป็น "พันธบัตรทูน่า" ที่ฉาวโฉ่ ซึ่งทำให้เกิดวิกฤตหนี้สาธารณะในโมซัมบิกเมื่อความล้มเหลวของโครงการต่างๆ ปรากฏขึ้นและมีการเปิดเผยการทุจริต
มานูเอล ชาง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของโมซัมบิก ถูกกล่าวหาว่ารับสินบนมากกว่า 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแลกกับการอนุมัติเงินกู้เหล่านี้ เขาถูกจับกุมในแอฟริกาใต้ในปี 2018 ตามคำร้องขอของสหรัฐอเมริกาและถูกส่งตัวข้ามแดนไปยังนิวยอร์กเพื่อเผชิญข้อหาฟอกเงิน สมรู้ร่วมคิด และฉ้อโกงหลักทรัพย์
หลังการพิจารณาคดีนานหลายสัปดาห์ในนิวยอร์ก ชางถูกตัดสินว่ามีความผิดในข้อหาฟอกเงิน สมรู้ร่วมคิด และฉ้อโกงหลักทรัพย์ เขามีโทษจำคุกสูงสุด 30 ปี
เรื่องอื้อฉาวพันธบัตรทูน่ามีผลกระทบร้ายแรงต่อเศรษฐกิจของโมซัมบิก โมซัมบิกถูกบังคับให้ผิดนัดชำระหนี้ และสกุลเงินของประเทศก็ลดลงอย่างมาก
คดีนี้ได้เน้นย้ำถึงปัญหาการทุจริตในประเทศกำลังพัฒนาและความจำเป็นในการตรวจสอบข้อตกลงทางการเงินอย่างเข้มงวด
ข้อมูลที่น่าสนใจ:
- โมซัมบิกถูกจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในประเทศที่ทุจริตมากที่สุดในโลกโดย Transparency International
- เรื่องอื้อฉาวพันธบัตรทูน่าทำให้ GDP ของโมซัมบิกลดลง 11% ในปี 2559
งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง:
- Hanlon, J., & Mosse, D. (2018). The Mozambique debt crisis: How hidden borrowing crippled an economy. Chatham House.
- Global Financial Integrity. (2019). Illicit Financial Flows to and from Developing Countries: 2007-2016.
#โมซัมบิก #การเงิน