ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ขอโทษแบบไหนถึงจะถูกต้อง?

ขอโทษแบบไหนถึงจะถูกต้อง?

"I'm sorry" กับ "I apologize" เหมือนกันไหมนะ? (ยกเว้นในงานศพ!)

เคยสงสัยกันไหมคะว่า เวลาที่เราทำผิดพลาดไป เราควรจะพูดว่า "I'm sorry" หรือ "I apologize" ดี? หลายคนอาจคิดว่าทั้งสองคำนี้มีความหมายเหมือนกัน ต่างกันแค่ความเป็นทางการเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วความหมายของทั้งสองคำนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยล่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้น ในบางสถานการณ์ เช่น ในงานศพ การเลือกใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และกลายเป็นการเสียมารยาทได้

"I'm sorry" กับ "I apologize" ต่างกันอย่างไร?

"I'm sorry" เป็นการแสดงความเสียใจ หรือเห็นอกเห็นใจต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น มักใช้เมื่อเราต้องการปลอบใจหรือแสดงความเห็นใจต่อผู้อื่น เช่น เมื่อเพื่อนทำของหาย เราอาจพูดว่า "I'm sorry to hear that." (เสียใจด้วยนะ) ในขณะที่ "I apologize" เป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เราทำผิดพลาด โดยเป็นการยอมรับความผิดและแสดงความเสียใจต่อการกระทำของเราเอง เช่น หากเราเผลอทำแก้วน้ำของเพื่อนหก เราอาจพูดว่า "I apologize for spilling your drink." (ขอโทษที่ทำน้ำหกใส่)

แล้วทำไมในงานศพ ถึงไม่ควรพูด "I apologize"?

ในวัฒนธรรมตะวันตก การพูด "I apologize" ในงานศพ ถือเป็นการเสียมารยาทอย่างร้ายแรง เพราะบ่งบอกว่าเรากำลังโทษตัวเองที่ทำให้คนๆ นั้นเสียชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง การแสดงความเสียใจในงานศพ จึงควรใช้คำว่า "I'm sorry for your loss." (ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของคุณ...) แทน

สรุป

ถึงแม้ว่า "I'm sorry" และ "I apologize" จะดูมีความหมายใกล้เคียงกัน แต่การเลือกใช้คำพูดให้ถูกกาลเทศะ ก็เป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้กัน เพราะคำพูดเพียงเล็กน้อย อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้ฟังได้อย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

#ขอโทษ #มารยาท #ภาษาอังกฤษ #วัฒนธรรม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...