ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ไขคำตอบ: ภัยคุกคามจากโรคฝีดาษวานร สู่ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

ไขคำตอบ: ภัยคุกคามจากโรคฝีดาษวานร สู่ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

ไขคำตอบ: ภัยคุกคามจากโรคฝีดาษวานร สู่ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุข

โรคฝีดาษวานร หรือที่รู้จักกันในชื่อใหม่ว่า เอ็มพ็อกซ์ (Mpox) สร้างความกังวลให้กับประชาคมโลกอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของโรคนี้เป็น "ภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศที่น่ากังวล" (Public Health Emergency of International Concern: PHEIC) แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ โรคเอ็มพ็อกซ์อันตรายแค่ไหน? บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโรคนี้ ตั้งแต่ที่มา ลักษณะอาการ ไปจนถึงความรุนแรงและแนวทางการป้องกัน

1. รู้จักกับเอ็มพ็อกซ์: จากสัตว์สู่คน

โรคเอ็มพ็อกซ์ เกิดจากเชื้อไวรัสเอ็มพ็อกซ์ ซึ่งเป็นไวรัสกลุ่มเดียวกับโรคไข้ทรพิษ แต่มีความรุนแรงน้อยกว่า การติดต่อส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชื้อ เช่น หนู กระรอก หรือลิง การติดต่อจากคนสู่คนสามารถเกิดขึ้นได้ผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่งจากร่างกายผู้ติดเชื้อโดยตรง เช่น ตุ่มหนอง น้ำลาย หรือละอองฝอยจากการไอจาม

2. สถานการณ์การระบาด: ตัวเลขที่น่าสนใจ

  • ณ เดือนพฤษภาคม 2566 พบผู้ป่วยโรคเอ็มพ็อกซ์แล้วกว่า 80,000 ราย ในกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
  • ประเทศที่มีรายงานผู้ป่วยสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา บราซิล สเปน เม็กซิโก และสหราชอาณาจักร
  • อัตราการเสียชีวิตจากโรคเอ็มพ็อกซ์ค่อนข้างต่ำ อยู่ที่ประมาณ 3-6% ของผู้ติดเชื้อทั้งหมด

3. อาการของโรค: สิ่งที่ควรสังเกต

อาการเริ่มต้นของโรคเอ็มพ็อกซ์ มักจะคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ทั่วไป เช่น

  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ต่อมน้ำเหลืองโต
  • อ่อนเพลีย
หลังจากนั้น 1-3 วัน จะมีผื่นขึ้นบริเวณใบหน้า ลำตัว แขน และขา ผื่นจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นตุ่มหนอง ก่อนจะตกสะเก็ดและหายไปในที่สุด

4. ภัยคุกคามที่แท้จริง: มากกว่าแค่โรคผิวหนัง

แม้ว่าโรคเอ็มพ็อกซ์ส่วนใหญ่จะมีอาการไม่รุนแรง แต่ในบางกรณีอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงได้ เช่น

  • ปอดอักเสบ
  • สมองอักเสบ
  • การติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน
  • การติดเชื้อในกระแสเลือด
  • การสูญเสียการมองเห็น
ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรครุนแรง ได้แก่ เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด

5. แนวทางการป้องกัน: ลดความเสี่ยงอย่างยั่งยืน

การป้องกันโรคเอ็มพ็อกซ์ ทำได้โดย

  • ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ หรือแอลกอฮอล์เจล
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่า หรือสัตว์ที่ป่วย
  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือผู้ที่สงสัยว่าป่วย
  • ใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคฝีดาษ ซึ่งสามารถป้องกันโรคเอ็มพ็อกซ์ได้ในระดับหนึ่ง

6. บทสรุป: ความตื่นตัว ไม่ใช่ตื่นตระหนก

โรคเอ็มพ็อกซ์ แม้จะไม่ใช่โรคใหม่ แต่กลับมาสร้างความกังวลให้กับโลกอีกครั้ง ความเข้าใจอย่างถูกต้องเกี่ยวกับโรคนี้ วิธีการติดต่อ อาการ และแนวทางการป้องกัน คือกุญแจสำคัญในการควบคุมการระบาด และการดูแลสุขภาพของเราให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามของโรคนี้

#เอ็มพ็อกซ์ #สาธารณสุข #โรคระบาด #สุขภาพ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...