ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

The Thuggee: ลัทธิบูชาเทพธิดา Kali ในอินเดีย ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าคนเพื่อบูชายัญ

The Thuggee: ลัทธิบูชาเทพธิดา Kali ในอินเดีย ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าคนเพื่อบูชายัญ

The Thuggee: ลัทธิบูชาเทพธิดา Kali ในอินเดีย ที่มีชื่อเสียงในการฆ่าคนเพื่อบูชายัญ

ลัทธิ Thuggee เป็นหนึ่งในกลุ่มลัทธิที่น่าสะพรึงกลัวและเป็นปริศนาที่สุดในประวัติศาสตร์อินเดีย พวกเขาเป็นที่รู้จักในฐานะ "ผู้ปฏิบัติการทางศาสนา" ที่อุทิศตนให้กับเทพธิดา Kali เทพแห่งความตายและการทำลายล้างของศาสนาฮินดู สิ่งที่ทำให้ลัทธินี้โดดเด่นและน่ากลัวที่สุดคือวิธีการบูชายัญที่พวกเขาเลือกใช้ นั่นคือ การรัดคอเหยื่ออย่างโหดเหี้ยม

ต้นกำเนิดและความเชื่อ

ถึงแม้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของลัทธิ Thuggee จะยังคงเป็นปริศนา แต่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าลัทธินี้มีอยู่ในอินเดียมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ บันทึกบางฉบับระบุว่าลัทธินี้มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 Thuggee เชื่อว่า Kali เป็นผู้ค้ำจุนจักรวาล และเพื่อให้จักรวาลอยู่ในสมดุล พวกเขาจำเป็นต้องถวายโลหิตของมนุษย์ให้กับเธอ

พิธีกรรมและการฆาตกรรม

Thuggee ไม่ใช่แค่ฆาตกร พวกเขามีพิธีกรรมและความเชื่อที่ซับซ้อน ก่อนการฆาตกรรม พวกเขาจะสวดมนต์ขอพรจาก Kali และเลือกเหยื่ออย่างระมัดระวัง มักจะเป็นนักเดินทาง เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกสงสัย พวกเขามักจะปลอมตัวเป็นนักบุญ พ่อค้า หรือแม้แต่นักบวช เพื่อสร้างความไว้วางใจกับเหยื่อก่อนที่จะลงมือ

การล่มสลายของลัทธิ Thuggee

ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ภายใต้การปกครองของบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ ลัทธิ Thuggee ได้รับความสนใจจาก William Henry Sleeman นายทหารชาวอังกฤษ Sleeman ได้อุทิศตนเพื่อเปิดโปงและปราบปรามลัทธิ Thuggee เขาใช้เวลาหลายปีในการแทรกซึมเข้าไปในลัทธิ รวบรวมข้อมูล และในที่สุดก็สามารถนำไปสู่การจับกุมและประหารชีวิตสมาชิก Thuggee จำนวนมาก การปราบปรามของ Sleeman ส่งผลให้ลัทธิ Thuggee อ่อนแอลงอย่างมาก และในที่สุดก็หายสาบสูญไปในช่วงกลางศตวรรษที่ 19

มรดกของความหวาดกลัว

ลัทธิ Thuggee ทิ้งมรดกแห่งความหวาดกลัวไว้ในประวัติศาสตร์อินเดีย เรื่องราวเกี่ยวกับความโหดร้ายของพวกเขายังคงถูกเล่าขานสืบต่อกันมา และได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานวรรณกรรมและภาพยนตร์มากมาย ถึงแม้ว่าลัทธินี้จะล่มสลายไปแล้ว แต่มันก็เป็นเครื่องเตือนใจถึงด้านมืดของธรรมชาติมนุษย์ และความเชื่อที่สามารถผลักดันให้มนุษย์ก่อความรุนแรงได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

  • จำนวนเหยื่อที่แน่นอนของลัทธิ Thuggee ไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่ามีจำนวนหลายแสนคน
  • คำว่า "Thug" ในภาษาอังกฤษ ซึ่งหมายถึง "อันธพาล" มีที่มาจากคำว่า "Thuggee" ในภาษาฮินดี
  • ลัทธิ Thuggee ไม่ได้จำกัดเฉพาะศาสนาฮินดู ยังมีชาวมุสลิมบางส่วนที่เข้าร่วมลัทธินี้ด้วย

ช่วงเวลา เหตุการณ์สำคัญ
ศตวรรษที่ 13 (โดยประมาณ) บันทึกแรกสุดที่กล่าวถึงลัทธิ Thuggee
ศตวรรษที่ 19 การปราบปรามลัทธิ Thuggee โดยบริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษ
กลางศตวรรษที่ 19 ลัทธิ Thuggee สาบสูญไป

ลัทธิ Thuggee เป็นตัวอย่างที่น่าตกใจของศรัทธาที่ผิดเพี้ยน และความสามารถของมนุษย์ในการก่อความรุนแรงในนามของศาสนา การศึกษาประวัติศาสตร์ของลัทธิ Thuggee ช่วยให้เราเข้าใจถึงความซับซ้อนของธรรมชาติมนุษย์ และความสำคัญของการต่อต้านความรุนแรงทุกรูปแบบ

#Thuggee #Kali #India #ประวัติศาสตร์

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...