นักดาราศาสตร์ร่วมมือกับผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียม พัฒนาระบบใหม่เพื่อแบ่งปันการใช้งานท้องฟ้า
ท้องฟ้าเบื้องบนที่เราต่างชื่นชมในยามค่ำคืนนั้น กำลังกลายเป็นพื้นที่แออัดมากขึ้น ไม่ใช่จากยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาว แต่เป็นจากดาวเทียมที่มนุษย์เราส่งขึ้นไป ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทเอกชนหลายแห่งมีแผนที่จะส่งดาวเทียมขึ้นไปบนวงโคจรโลกอีกหลายหมื่นดวงในทศวรรษหน้า เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงแก่ทุกคนบนโลก
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนดาวเทียมเหล่านี้สร้างความกังวลอย่างมากแก่นักดาราศาสตร์ทั่วโลก แสงสะท้อนจากดาวเทียมน้ันรบกวนการสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ ทำให้ภาพถ่ายทางดาราศาสตร์มีเส้นแสงพาดผ่าน และอาจบดบังวัตถุท้องฟ้าที่นักดาราศาสตร์กำลังศึกษาอยู่ได้
เพื่อแก้ไขปัญหานี้ นักดาราศาสตร์จากสหพันธ์ดาราศาสตร์นานาชาติ (IAU) ได้ร่วมมือกับ SpaceX ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมรายใหญ่ที่สุด พัฒนาระบบใหม่เพื่อแบ่งปันการใช้งานท้องฟ้าอย่างยุติธรรมและยั่งยืน โดยมีแนวทางดังนี้
1. การออกแบบวงโคจรดาวเทียม:
SpaceX ตกลงที่จะออกแบบวงโคจรของดาวเทียม Starlink ใหม่ ให้มีความสูงจากพื้นโลกน้อยกว่า 600 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระดับความสูงที่ดาวเทียมจะตกลงสู่ชั้นบรรยากาศและเผาไหม้ไปเองภายในเวลาไม่กี่ปีหลังจากหมดอายุการใช้งาน
2. การเคลือบผิวดาวเทียม:
SpaceX จะเคลือบผิวดาวเทียม Starlink ด้วยวัสดุดูดซับแสงชนิดพิเศษ ช่วยลดการสะท้อนของแสงอาทิตย์
3. การพัฒนาซอฟต์แวร์:
นักดาราศาสตร์และวิศวกรของ SpaceX กำลังร่วมมือกันพัฒนาซอฟต์แวร์ใหม่ ที่จะช่วยให้นักดาราศาสตร์สามารถคาดการณ์ตำแหน่งของดาวเทียม Starlink ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ
แม้ระบบใหม่นี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา แต่ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหามลภาวะทางแสงจากดาวเทียม และเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและวงการวิทยาศาสตร์ ในการสร้างสมดุลระหว่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีกับการรักษาท้องฟ้าอันมืดมิด
ข้อมูลน่าสนใจ:
- ปัจจุบันมีดาวเทียมที่ใช้งานอยู่ประมาณ 8,000 ดวง
- คาดการณ์ว่าจะมีดาวเทียมเพิ่มขึ้นเป็น 100,000 ดวง ภายในปี 2030
- ดาวเทียม Starlink เพียงดวงเดียว สามารถสะท้อนแสงอาทิตย์ได้มากพอ ที่จะมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
#ดาราศาสตร์ #เทคโนโลยี #อวกาศ #อินเทอร์เน็ต