ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ปี ค.ศ. 1912: จุดเริ่มต้นมากกว่าการกำเนิดผู้นำ... บอกเล่าเรื่องราว 'ปฏิทินจูเช' ปฏิทินเฉพาะของเกาหลีเหนือ

ปี ค.ศ. 1912: จุดเริ่มต้นมากกว่าการกำเนิดผู้นำ... บอกเล่าเรื่องราว 'ปฏิทินจูเช' ปฏิทินเฉพาะของเกาหลีเหนือ

ปี ค.ศ. 1912: จุดเริ่มต้นมากกว่าการกำเนิดผู้นำ... บอกเล่าเรื่องราว 'ปฏิทินจูเช' ปฏิทินเฉพาะของเกาหลีเหนือ

เมื่อพูดถึงประเทศเกาหลีเหนือ สิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดของคนส่วนใหญ่มักจะเป็นภาพลักษณ์ของความลึกลับ ปิดกั้น และเต็มไปด้วยเรื่องราวชวนฉงน หนึ่งในนั้นคือการมีอยู่ของ 'ปฏิทินจูเช' (Juche calendar) ปฏิทินที่ชาวเกาหลีเหนือนำมาใช้แทนที่ปฏิทินสากล โดยปีแรกของปฏิทินนี้ไม่ใช่ปี ค.ศ. หรือ พ.ศ. ที่เราคุ้นเคย แต่คือปี ค.ศ. 1912 ซึ่งเป็นปีเกิดของ คิม อิล-ซ็อง ผู้นำคนแรกและ "ประธานาธิบดีตลอดกาล" ของประเทศเกาหลีเหนือ

แล้ว 'ปฏิทินจูเช' ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร?

คำตอบง่ายๆ คือ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการปลดแอกประเทศจากการปกครองของญี่ปุ่น และสถาปนาอุดมการณ์จูเช ซึ่งเป็นปรัชญาการเมืองแบบพึ่งพาตนเองของเกาหลีเหนือ โดยมี คิม อิล-ซ็อง เป็นศูนย์กลาง


'ปฏิทินจูเช' แตกต่างจากปฏิทินสากลอย่างไร?

  • การนับปี: ปฏิทินจูเชเริ่มนับปีแรกในปี ค.ศ. 1912 ต่างจากปฏิทินสากล (Gregorian Calendar) ที่นับปีแรกเป็นปีที่พระเยซูประสูติ
  • รูปแบบการเขียน: ปฏิทินจูเช่นิยมเขียนโดยใช้คำว่า 'จูเช' นำหน้าปี ค.ศ. เช่น ปี จูเช 100 (Juche 100) แทนปี ค.ศ. 2011
  • การใช้อย่างแพร่หลาย: ในขณะที่ปฏิทินจูเชถูกใช้ในชีวิตประจำวันของชาวเกาหลีเหนือ แต่ในเอกสารราชการ และการติดต่อต่างประเทศ ยังคงใช้ปฏิทินสากลควบคู่กันไป

Fun Fact เกี่ยวกับ 'ปฏิทินจูเช'

  1. วันที่ 15 เมษายน ซึ่งตรงกับวันเกิดของ คิม อิล-ซ็อง ถือเป็นวันหยุดราชการที่สำคัญที่สุดในเกาหลีเหนือ เรียกว่า "วันแห่งดวงอาทิตย์" (Day of the Sun)
  2. ปี ค.ศ. 2012 เป็นปีที่ครบรอบ 100 ปี ตามปฏิทินจูเช เกาหลีเหนือเฉลิมฉลองอย่างยิ่งใหญ่ มีการจัดงานเฉลิมฉลอง การแสดง และขบวนพาเหรดอย่างอลังการ

ตัวอย่างตารางเปรียบเทียบปี ค.ศ. และปี จูเช

ปี ค.ศ. ปี จูเช
1912 1
1948 37
1994 83
2012 100
2023 111

ปฏิทินจูเชสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของ คิม อิล-ซ็อง ในฐานะ "บิดาแห่งชาติ" และเป็นสัญลักษณ์ของอุดมการณ์จูเช ซึ่งเน้นย้ำถึงการพึ่งพาตนเอง ความภาคภูมิใจในชาติ และความจงรักภักดีต่อผู้นำ ซึ่งเป็นแนวคิดหลักที่หล่อหลอมสังคมเกาหลีเหนือมาจนถึงปัจจุบัน

#เกาหลีเหนือ #ปฏิทินจูเช #คิมอิลซ็อง #อุดมการณ์จูเช

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วโลกเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่สร้างความกังวลอย่างมาก แต่การระบุว่าคลื่นความร้อนเหล่านี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนโดยตรงนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการไขปริศนานี้ โดยช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล และสร้างแบบจำลองที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นความร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในอดีต การศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อคลื่นความร้อนนั้นทำได้ยากลำบาก เนื่องจากข้อมูลสภาพอากาศมีจำนวนมหาศาลและมีความซับซ้อน แต่วิทยาการ AI เช่น Machine Learning สามารถเรียนรู้จากข้อมูลเหล่านี้ ระบุรูปแบบ และทำนายความน่าจะเป็นของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น งานวิจัยจาก Nature Communications แสดงให้เห็นว่า AI สามารถคาดการณ์ความรุนแรงและความถี่ของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างมีประสิ...