ย้อนเวลากลับไปกว่า 1,200 ปี ในดินแดนชมพูทวีป อันเป็นที่ตั้งของอาณาจักรคุปตะ อันรุ่งเรือง ในช่วงเวลาแห่งการเติบโตทางปัญญา ศิลปะ และวัฒนธรรม กำลังจะเกิดสถาบันแห่งหนึ่งขึ้นมา ซึ่งจะกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นั่นคือ มหาวิทยาลัยนาลันทา ก่อตั้งขึ้นในราวปี พ.ศ. 750
มหาวิทยาลัยนาลันทา ไม่ได้เป็นเพียงแค่สถาบันการศึกษา แต่เปรียบเสมือนเมืองแห่งปัญญา อันกว้างใหญ่ไพศาล บนพื้นที่กว่า 14 เฮกตาร์ รองรับนักศึกษาได้มากกว่า 10,000 คน จากทั่วทุกสารทิศ ทั้งอินเดีย จีน ทิเบต ศรีลังกา เปอร์เซีย และอื่นๆ ทุกคนต่างมุ่งมั่นมาศึกษาเล่าเรียน ณ สถานที่แห่งนี้
ศูนย์รวมแห่งพุทธศาสนาและศาสตร์หลากแขนง
แม้จะเป็นที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางการศึกษา พุทธศาสนา นิกายมหายาน แต่นาลันทาก็มิได้ปิดกั้นศาสตร์แขนงอื่น บรรยากาศภายในมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยการถกเถียง แลกเปลี่ยนความรู้ และอภิปรายอย่างมีเหตุผลในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็น
- ปรัชญา
- ตรรกวิทยา
- ไวยากรณ์ภาษาสันสกฤต
- ดาราศาสตร์
- คณิตศาสตร์
- แพทยศาสตร์
- ศิลปะการต่อสู้
ความโดดเด่นของนาลันทา ยังอยู่ที่ ห้องสมุด อันเลื่องชื่อ ว่ากันว่ารวบรวมคัมภีร์ไว้มากมาย แบ่งเป็นอาคารสูงถึง 9 ชั้น บรรจุคัมภีร์นับแสนเล่ม ครอบคลุมทุกแขนงวิชา ดึงดูดนักปราชญ์จากทั่วโลกให้มาศึกษาค้นคว้า
อิทธิพลที่แผ่ไพศาล
นาลันทาเจริญรุ่งเรืองอยู่หลายร้อยปี ผลิตนักปราชญ์ พระภิกษุสงฆ์ และบุคคลสำคัญมากมาย เช่น
| บุคคล | ผลงาน/ความสำคัญ |
|---|---|
| พระศาน্তรักษิต | นำพุทธศาสนาแบบมหายานเข้าสู่ทิเบต |
| พระนาครชุน | นักปรัชญาและนักตรรกวิทยาคนสำคัญ |
| พระอตีศะ | เผยแพร่พุทธศาสนาในทิเบตและอินเดียเหนือ |
อิทธิพลของนาลันทาแผ่ขยายไปไกล ไม่ใช่เพียงแค่ในแง่ศาสนา แต่ยังรวมถึง ภาษา ศิลปะ และวัฒนธรรม ที่แพร่หลายไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
จุดจบแห่งยุคทอง
ทว่า ความรุ่งเรืองของนาลันทาก็จบลงในปี พ.ศ. 1737 เมื่อกองทัพมุสลิมบุกเข้าทำลาย เผาผลาญมหาวิทยาลัยจนวอดวาย คัมภีร์อันมีค่ามหาศาลถูกเผาทำลาย นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของโลก
ปัจจุบัน ซากปรักหักพังของมหาวิทยาลัยนาลันทาได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO และกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญ เตือนใจให้ระลึกถึง อดีตอันรุ่งเรืองของศูนย์กลางการเรียนรู้แห่งนี้
#นาลันทา #มหาวิทยาลัย #พุทธศาสนา #ประวัติศาสตร์