ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เทคนิคที่จะช่วยให้คุณทำขนมอร่อยๆ

เทคนิคที่จะช่วยให้คุณทำขนมอร่อยๆ

เทคนิคที่จะช่วยให้คุณทำขนมอร่อยๆ

ใครๆ ก็อยากทำขนมให้ออกมาอร่อย ถูกใจทั้งตัวเองและคนที่เรารัก แต่การทำขนมให้อร่อยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยทั้งประสบการณ์ ความรู้ความเข้าใจในวัตถุดิบ รวมไปถึงเทคนิคต่างๆ ที่จะช่วยยกระดับรสชาติและหน้าตาของขนมให้ดูดีน่ารับประทาน บทความนี้นำเสนอเทคนิคที่รวบรวมมาจากประสบการณ์ของเหล่าเชฟขนมหวาน ผสานกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์การอาหาร เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่าขนมทุกชิ้นที่ทำออกมานั้นไม่เพียงแต่สวยงามน่ามอง แต่ยังอร่อยลงตัวในทุกคำ

1. ความสำคัญของวัตถุดิบคุณภาพดี

วัตถุดิบเปรียบเสมือนหัวใจสำคัญของขนมทุกชิ้น การเลือกใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ มีคุณภาพดี ย่อมส่งผลต่อรสชาติ กลิ่น และรูปลักษณ์ของขนมที่ทำออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตัวอย่างเช่น การเลือกใช้เนยแท้ๆ จะให้กลิ่นหอมที่แตกต่างจากเนยเทียม หรือมาการีน การเลือกใช้ช็อกโกแลตที่มีปริมาณโกโก้สูง จะให้รสชาติเข้มข้นและกลิ่นหอมที่ชัดเจนกว่า

งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศฝรั่งเศส พบว่า ขนมปังที่ทำจากแป้งสาลีออร์แกนิก มีคะแนนด้านรสชาติและกลิ่นที่สูงกว่าขนมปังที่ทำจากแป้งสาลีทั่วไปอย่างชัดเจน เนื่องจากแป้งสาลีออร์แกนิกนั้นปราศจากสารเคมีตกค้าง ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของกลูเตนในแป้ง ทำให้ขนมปังมีเนื้อสัมผัสที่ดีขึ้น

2. ความแม่นยำในการตวงส่วนผสม

การทำขนมนั้นแตกต่างจากการทำอาหารตรงที่ต้องอาศัยความแม่นยำในการตวงส่วนผสม เพราะสูตรขนมนั้นเปรียบเสมือนสูตรเคมี การเพิ่มหรือลดปริมาณของส่วนผสมเพียงเล็กน้อยก็อาจส่งผลต่อรสชาติ เนื้อสัมผัส และรูปลักษณ์ของขนมที่ทำออกมาได้

ยกตัวอย่างเช่น ในการทำมาการอง การตวงส่วนผสมของอัลมอนด์ปาวเดอร์ น้ำตาลไอซิ่ง และไข่ขาว ต้องมีความแม่นยำสูงมาก หากส่วนผสมใดมากหรือน้อยเกินไป เพียงเล็กน้อย ก็อาจทำให้มาการองที่ได้นั้น ไม่ขึ้นเท้า หรือมีผิวแตก ไม่สวยงามอย่างที่ควรจะเป็น

3. เทคนิคการตีไข่

การตีไข่เป็นอีกหนึ่งเทคนิคสำคัญที่ส่งผลต่อความฟู นุ่ม เบา ของขนมหลายชนิด เช่น เค้ก คุกกี้ ซูเฟล่ เป็นต้น

  • การตีไข่แบบ Ribbon Stage คือการตีไข่กับน้ำตาลจนขึ้นฟูเป็นริบบิ้น ใช้สำหรับทำเค้กเนื้อชิฟฟ่อน และสปันจ์เค้ก โดยเทคนิคคือ ต้องตีไข่ด้วยความเร็วสูง สังเกตว่าไข่ฟูขาว ขึ้นเป็นริบบิ้น เมื่อยกหัวตีขึ้นมา
  • การตีไข่แบบ Soft Peak คือการตีไข่ขาวกับน้ำตาลจนตั้งยอดอ่อน นิยมใช้สำหรับทำเมอแรงค์ และไอซิ่ง โดยเทคนิคคือ ใช้ความเร็วปานกลางในการตี สังเกตว่าไข่ขาวตั้งยอดอ่อนๆ เมื่อยกหัวตีขึ้นมา

4. อุณหภูมิในการอบ

อุณหภูมิในการอบขนมแต่ละชนิดนั้นไม่เท่ากัน การใช้อุณหภูมิที่เหมาะสมจะช่วยให้ขนมสุกอย่างทั่วถึง มีสีสันสวยงาม และไม่แห้งเกินไป

ชนิดของขนม อุณหภูมิ เวลา
คุกกี้เนย 180 องศาเซลเซียส 10-12 นาที
เค้กเนย 170 องศาเซลเซียส 30-35 นาที
บราวนี่ 160 องศาเซลเซียส 20-25 นาที

**Fun Fact:** รู้หรือไม่ว่า เตาอบแต่ละยี่ห้อมีความร้อนที่แตกต่างกัน ถึงแม้จะตั้งอุณหภูมิเดียวกันก็ตาม ดังนั้น เราควรทำความรู้จักกับเตาอบของเราก่อนลงมือทำขนม อาจลองอบขนมปังหรือคุกกี้สูตรง่ายๆ เพื่อทดสอบดูว่าเตาอบของเรามีความร้อนสูงหรือน้อยกว่าปกติหรือไม่ เพื่อให้การอบขนมในครั้งต่อไปออกมาสมบูรณ์แบบ

5. การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม

อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำขนมก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ของขนมที่ทำออกมา เช่น การเลือกใช้พิมพ์อบขนมที่มีขนาดเหมาะสมกับสูตร การใช้ตะกร้อมือหรือเครื่องตีไข่ไฟฟ้า ล้วนแล้วแต่มีผลต่อความสำเร็จของขนม

ตัวอย่างเช่น การทำชิฟฟ่อนเค้ก จำเป็นต้องใช้พิมพ์อบขนมที่มีรูตรงกลาง เพื่อช่วยระบายความร้อนขณะอบ และทำให้เค้กสุกอย่างทั่วถึง หรือการทำเค้กม้วน ควรเลือกใช้ถาดอบที่มีขนาดกว้างและขอบเตี้ย เพื่อให้สามารถม้วนเค้กได้ง่าย

การทำขนมให้อร่อยนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การเลือกใช้วัตถุดิบ การตวงส่วนผสมอย่างแม่นยำ การเรียนรู้เทคนิคต่างๆ ไปจนถึงการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้ขนมของคุณอร่อยและน่าประทับใจ

#ขนมอร่อย #เทคนิคทำขนม #เบเกอรี่ #สูตรขนม

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...