ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อันตรายแอบแฝง: แม้ดื่มน้อย เสี่ยงมะเร็งสูง

อันตรายแอบแฝง: แม้ดื่มน้อย เสี่ยงมะเร็งสูง

อันตรายแอบแฝง: แม้ดื่มน้อย เสี่ยงมะเร็งสูง

เป็นที่ทราบกันดีว่าการดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลเสียต่อสุขภาพมากมาย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่า แม้จะดื่มในปริมาณน้อย ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน

งานวิจัยเผย ดื่มน้อยก็เสี่ยง

งานวิจัยตีพิมพ์ในวารสาร The Lancet ตรวจสอบข้อมูลจากผู้เข้าร่วมกว่า 600,000 คน พบว่าการดื่มแอลกอฮอล์แม้เพียงเล็กน้อยก็สัมพันธ์กับความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิดที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร

ปริมาณแอลกอฮอล์ที่บริโภคต่อวัน ความเสี่ยงมะเร็งเพิ่มขึ้น
10 กรัม (ประมาณ 1 แก้วเบียร์) 6%
20 กรัม (ประมาณ 2 แก้วเบียร์) 12%
50 กรัม (ประมาณ 5 แก้วเบียร์) 30%

งานวิจัยยังระบุอีกว่า การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าการดื่มเป็นครั้งคราว แม้จะดื่มในปริมาณเท่ากันก็ตาม

มะเร็งที่พบบ่อยจากการดื่มแอลกอฮอล์

  1. มะเร็งเต้านม
  2. มะเร็งลำไส้ใหญ่
  3. มะเร็งตับ
  4. มะเร็งหลอดอาหาร
  5. มะเร็งปากมดลูก

Fun Fact

รู้หรือไม่ว่า การดื่มแอลกอฮอล์ 1 แก้ว เทียบเท่ากับการสูบบุหรี่ครึ่งมวน ในแง่ของความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง

ข้อแนะนำเพื่อลดความเสี่ยง

  • จำกัดปริมาณการดื่มแอลกอฮอล์
  • งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2-3 วันต่อสัปดาห์
  • เลือกดื่มเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์แทน
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกายสม่ำเสมอ

อ้างอิง: The Lancet

#สุขภาพ #มะเร็ง #แอลกอฮอล์ #อันตราย

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers

การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers การเรียนรู้ Decision Tree Algorithm ด้วย Transformers ในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การผสมผสานระหว่างอัลกอริธึมแบบดั้งเดิมอย่าง Decision Tree กับโมเดล Transformer ที่ทันสมัยกำลังเป็นที่สนใจอย่างมาก บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจว่า Decision Tree Algorithm ทำงานอย่างไร และการนำ Transformer มาใช้เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของอัลกอริธึมนี้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่น่าทึ่งได้อย่างไร Decision Tree Algorithm คืออะไร? Decision Tree เป็นอัลกอริธึมการเรียนรู้ของเครื่องที่ใช้สำหรับการจำแนกประเภท (Classification) และการทำนาย (Regression) โดยอาศัยโครงสร้างแบบต้นไม้ (Tree Structure) ที่ประกอบด้วยโหนด (Node) และเส้นเชื่อม (Edge) แต่ละโหนดจะแทนคุณลักษณะ (Feature) ของข้อมูล และเส้นเชื่อมจะแทนการตัดสินใจที่นำไปสู่โหนดถัดไป ตัวอย่างเช่น หากเราต้องการจำแนกประเภทผลไม้ เราอาจเริ่มต้นด้วยโหนดแรกที่ถามว่า "ผลไม้มีสีแดงหรือไม่?" หากคำต...

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม?

วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? วัฒนธรรมไทย: ทำไมการลูบศีรษะจึงเป็นเรื่องต้องห้าม? ในสังคมไทย การแสดงออกทางกายภาพเป็นสิ่งที่ละเอียดอ่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสเนื้อตัวผู้อื่น ซึ่งมักจะมีข้อห้ามและข้อควรปฏิบัติที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน หนึ่งในข้อห้ามที่พบเห็นได้บ่อยคือการลูบศีรษะผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ซึ่งคนไทยจำนวนไม่น้อยมีความเชื่อว่า ศีรษะเป็นส่วนที่สูงส่งและศักดิ์สิทธิ์ ไม่ควรให้ใครมาลูบเล่นโดยไม่จำเป็น บทความนี้จะพาไปสำรวจเบื้องลึกของความเชื่อนี้ พร้อมทั้งอธิบายถึงที่มาที่ไป และเหตุผลประกอบต่างๆ ศีรษะ: ส่วนที่สูงส่งตามความเชื่อแบบพุทธศาสนา อิทธิพลของพุทธศาสนาต่อสังคมไทยนั้นฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน และได้หล่อหลอมแนวคิด ค่านิยม รวมถึงมารยาททางสังคมต่างๆ ของคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน หนึ่งในความเชื่อที่สืบทอดมาจากพุทธศาสนาคือการยกย่องให้ "ศีรษะ" เป็นส่วนที่สูงส่งที่สุดของร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนที่อยู่สูงกว่าส่วนอื่น และเป็นที่ตั้งของ "ม Crown Chakra" ซึ่งในทางจิตวิญญาณเชื่อว่าเป็นศูนย์รวมของพลังงานบวกและสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ ...

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน

AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน AI กับการเชื่อมโยงคลื่นความร้อนกับภาวะโลกร้อน โลกของเรากำลังเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมทั่วโลกเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ที่สร้างความกังวลอย่างมาก แต่การระบุว่าคลื่นความร้อนเหล่านี้เชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนโดยตรงนั้น เป็นเรื่องที่ซับซ้อน อย่างไรก็ตาม ปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการไขปริศนานี้ โดยช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถวิเคราะห์ข้อมูลมหาศาล และสร้างแบบจำลองที่แม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นความร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในอดีต การศึกษาผลกระทบของภาวะโลกร้อนต่อคลื่นความร้อนนั้นทำได้ยากลำบาก เนื่องจากข้อมูลสภาพอากาศมีจำนวนมหาศาลและมีความซับซ้อน แต่วิทยาการ AI เช่น Machine Learning สามารถเรียนรู้จากข้อมูลเหล่านี้ ระบุรูปแบบ และทำนายความน่าจะเป็นของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างแม่นยำกว่าวิธีการแบบดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น งานวิจัยจาก Nature Communications แสดงให้เห็นว่า AI สามารถคาดการณ์ความรุนแรงและความถี่ของคลื่นความร้อนในอนาคตได้อย่างมีประสิ...