ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เสียงปริศนาจากท้องทะเล: เมื่อกุ้งล็อบสเตอร์ "ดีด" ก้าม

เสียงดังกึกก้องจากใต้มหาสมุทร อาจชวนให้เรานึกถึงปลาวาฬร้องเพลง หรือฝูงปลาโลมา แต่ใครจะรู้ว่า เสียงดัง "แป๊ก" หรือ "ป๊อก" คล้ายเสียงคนดีดนิ้วเล่น ที่ดังขึ้นเป็นจังหวะราวกับกลองรบ อาจมาจากสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วอย่าง "กุ้งล็อบสเตอร์" เสียงประหลาดนี้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์ และนักเดินเรือมานานหลายศตวรรษ จนกระทั่งมีการค้นพบอันน่าทึ่งที่ไขปริศนานี้ได้อย่างน่าสนใจ

แท้จริงแล้ว เสียงประหลาดนี้ไม่ได้เกิดจากการที่กุ้งล็อบสเตอร์ใช้ก้ามหนีบกันอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เกิดจากการที่มัน "ดีด" ก้ามอันทรงพลังเข้ากับส่วนหนึ่งของกระเพาะอาหาร ซึ่งเรียกว่า "Gastric Mill" หรือ "ก้อนกระเพาะ" นั่นเอง

กลไกสุดล้ำ: การดีดก้ามสร้างคลื่นเสียงความถี่สูง

การศึกษาโดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Duke ในปี ค.ศ. 2002 พบว่า เมื่อกุ้งล็อบสเตอร์ดีดก้ามเข้ากับก้อนกระเพาะ จะเกิดฟองอากาศขนาดเล็กจำนวนมาก และฟองอากาศเหล่านี้จะแตกออกอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นคลื่นเสียงความถี่สูง เสียงที่เกิดขึ้นสามารถดังได้ถึง 218 เดซิเบล ซึ่งดังกว่าเสียงเครื่องยนต์เจ็ท ที่ปล่อยออกมาระหว่างการบินขึ้นเสียอีก

ทำไมกุ้งล็อบสเตอร์ต้อง "ดีด" ก้าม?

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า การดีดก้ามของกุ้งล็อบสเตอร์มีจุดประสงค์หลายอย่าง เช่น:

  1. ข่มขู่ศัตรู: เสียงดังกึกก้องสามารถทำให้ผู้บุกรุก เช่น ปลาขนาดใหญ่ หรือแม้แต่ฉลาม ตกใจและถอยห่างออกไปได้
  2. สื่อสาร: กุ้งล็อบสเตอร์อาจใช้เสียงในการสื่อสารกันเอง เช่น เรียกหาคู่ หรือประกาศอาณาเขต
  3. ล่าเหยื่อ: คลื่นเสียงความถี่สูงสามารถทำให้เหยื่อ เช่น ปลาขนาดเล็ก หรือสัตว์น้ำมีเปลือกแข็ง สลบหรือตายได้

ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับเสียงของกุ้งล็อบสเตอร์:

  • เสียงของกุ้งล็อบสเตอร์สามารถดังไปไกลได้หลายกิโลเมตรใต้น้ำ
  • เสียงที่ดังที่สุดที่เคยบันทึกไว้จากกุ้งล็อบสเตอร์คือ 240 เดซิเบล
  • กุ้งล็อบสเตอร์สามารถดีดก้ามได้เร็วถึง 20 ครั้งต่อวินาที

สรุป

เสียงปริศนาจากท้องทะเลที่เคยสร้างความสงสัยให้กับเรามานาน บัดนี้ได้รับการไขปริศนาแล้วว่ามาจากการดีดก้ามอันชาญฉลาดของกุ้งล็อบสเตอร์ สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆ นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า ธรรมชาติมักสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ ที่เหนือความคาดหมายของเราเสมอ และยังมีเรื่องราวอีกมากมายในโลกใต้น้ำที่รอคอยการค้นพบจากเราต่อไป

#กุ้งล็อบสเตอร์ #เสียงใต้น้ำ #ความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ #สัตว์น้ำ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...