ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

บทความ

Gilead คว้าชัย! ยาใหม่รักษาโรคตับอักเสบภูมิต้านตนเองผ่านฉลุย FDA Gilead คว้าชัย! ยาใหม่รักษาโรคตับอักเสบภูมิต้านตนเองผ่านฉลุย FDA เมื่อไม่นานมานี้ บริษัทเภสัชกรรมยักษ์ใหญ่ Gilead Sciences ประกาศข่าวดี หลังจากได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (FDA) ให้กับยาใหม่สำหรับรักษาโรคตับอักเสบภูมิต้านตนเอง ซึ่งนับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในวงการแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่ต้องต่อสู้กับโรคร้ายนี้ โรคตับอักเสบภูมิต้านตนเอง: ภัยเงียบที่บั่นทอนชีวิต โรคตับอักเสบภูมิต้านตนเอง (Autoimmune Hepatitis) คือ โรคที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ซึ่งมีหน้าที่ปกป้องร่างกายจากสิ่งแปลกปลอม กลับหันมาทำร้ายเซลล์ของตับเอง ส่งผลให้เกิดการอักเสบเรื้อรัง และอาจนำไปสู่ภาวะตับแข็ง ตับวาย จนถึงขั้นเสียชีวิตได้ โรคนี้มักพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะในช่วงอายุ 20-40 ปี แม้สาเหตุที่แท้จริงของโรคยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด แต่นักวิจัยเชื่อว่าปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมีส่วนกระตุ้นให้เกิดโรคได้ ความหวังใหม่จาก Gilead: ยารักษาโรคตับอักเสบภูมิต้านตนเอง ย...

ตะไคร่น้ำบนขน: เมื่อความเชื่องช้าของสลอธสร้างระบบนิเวศ

ตะไคร่น้ำบนขน: เมื่อความเชื่องช้าของสลอธสร้างระบบนิเวศ เคลื่อนไหวช้าจนมีโลกใบเล็ก: สลอธกับตะไคร่น้ำ สัมพันธ์แห่งความน่าทึ่งในธรรมชาติ คุณอาจเคยได้ยินมาว่าสลอธนั้นเคลื่อนไหวช้ามาก ช้าเสียจนตะไคร่น้ำขึ้นบนขนของมันได้ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เชื่องช้าที่สุดในโลกกับพืชขนาดเล็กชนิดนี้ซับซ้อนและน่าทึ่งกว่านั้นมาก ทำไมสลอธถึงเคลื่อนไหวช้า? ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับความเชื่องช้าระดับตำนานของสลอธกันก่อน สลอธนั้นเป็นสัตว์ที่กินพืชเป็นหลัก และอาหารหลักของพวกมันคือใบไม้ ซึ่งเป็นอาหารที่ให้พลังงานต่ำมาก การเคลื่อนไหวที่เชื่องช้าเป็นกลยุทธ์ในการอนุรักษ์พลังงาน ทำให้สลอธสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยอาหารที่มีพลังงานต่ำ สลอธมีอัตราการเผาผลาญต่ำมาก ต่ำกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเดียวกันถึง 40-45% สลอธใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บนต้นไม้ โดยเคลื่อนที่เพียงประมาณ 38 เมตรต่อวัน ตะไคร่น้ำ: มากกว่าแค่สิ่งปกคลุมสีเขียว ตะไคร่น้ำไม่ใช่พืชชนิดเดียวที่สามารถเติบโตบนขนของสลอธได้ นอกจากนี้ยังมีสาหร่าย เชื้อรา และแมลงขนาดเล็กอาศัยอยู่ สิ่งมีชีวิตเหล่านี้ทั้งหมดก่อให้เกิ...

โรคกลัวผีเสื้อ (Lepidopterophobia): ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปีกสีสวย

โรคกลัวผีเสื้อ (Lepidopterophobia): ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปีกสีสวย โรคกลัวผีเสื้อ (Lepidopterophobia): ภัยเงียบที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปีกสีสวย ท่ามกลางความงดงามของธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่มีปีกหลากสีสันอย่าง "ผีเสื้อ" มักเป็นสัญลักษณ์ของความสวยงาม ความหวัง และการเปลี่ยนแปลง แต่สำหรับบางคน ภาพของผีเสื้อที่โบยบินกลับกลายเป็นต้นกำเนิดของความหวาดกลัวอย่างรุนแรง นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า "โรคกลัวผีเสื้อ" หรือ "Lepidopterophobia" โรคกลัวผีเสื้อจัดเป็นโรคกลัวเฉพาะเจาะจง (Specific Phobia) ประเภทหนึ่ง ผู้ป่วยจะมีความกลัวผีเสื้อมากเกินกว่าปกติ ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน เช่น เกิดอาการวิตกกังวล ใจสั่น หายใจติดขัด หรือแม้แต่อาจเป็นลม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผีเสื้อ หรือแม้แต่เพียงแค่คิดถึงมัน ความรุนแรงของอาการสามารถแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล บางรายอาจกลัวผีเสื้อทุกชนิด ขณะที่บางรายอาจกลัวเฉพาะผีเสื้อบางประเภท เช่น ผีเสื้อกลางคืน หรือ ผีเสื้อที่มีสีสันฉูดฉาด สาเหตุของโรคกลัวผีเสื้อ เช่นเดียวกับโรคกลัวประเภทอื่น ๆ สาเหตุของโรคกลัวผีเสื้อนั...

สถิติอุบัติเหตุใน โรงงานอุตสาหกรรม : ความปลอดภัยที่ต้องใส่ใจในสถานที่ทำงาน

สถิติอุบัติเหตุใน โรงงานอุตสาหกรรม : ความปลอดภัยที่ต้องใส่ใจในสถานที่ทำงาน สถิติอุบัติเหตุใน โรงงานอุตสาหกรรม : ความปลอดภัยที่ต้องใส่ใจในสถานที่ทำงาน โรงงานอุตสาหกรรม ถือเป็นสถานที่ทำงานที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้สูงเช่นกัน ข้อมูลจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุและโรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานทั่วโลก มากกว่า 2.78 ล้านคน โดยในจำนวนนี้ เป็นอุบัติเหตุจากการทำงานมากถึง 2.3 ล้านคน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีความเสี่ยงสูง สถิติอุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรม ข้อมูลจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ประเทศไทย ระบุว่า ในปี พ.ศ. 2563 มีอุบัติเหตุจากการทำงานในสถานประกอบกิจการทั้งหมด 73,548 ราย โดยเป็นอุบัติเหตุในโรงงานอุตสาหกรรมมากถึง 34,721 ราย คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 47.20 ของอุบัติเหตุจากการทำงานทั้งหมด โดยสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุที่พบมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ก...

อะไรคือวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดหรือควบคุมการเกิดตด?

อะไรคือวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดหรือควบคุมการเกิดตด? อะไรคือวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดหรือควบคุมการเกิดตด? แม้การผายลมหรือตดจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ในบางครั้งการตดบ่อยหรือมีกลิ่นอาจสร้างความกังวลใจและรบกวนชีวิตประจำวันได้ บทความนี้จะพาไปสำรวจสาเหตุของการเกิดตด พร้อมทั้งวิธีการทางการแพทย์ที่ใช้ในการลดหรือควบคุมการเกิดตด สาเหตุของการเกิดตด การเกิดตดมีสาเหตุหลักมาจากก๊าซในลำไส้ ซึ่งก๊าซเหล่านี้มาจากหลายแหล่ง เช่น การกลืนอากาศขณะรับประทานอาหาร ดื่มเครื่องดื่ม หรือพูดคุย การย่อยอาหารของแบคทีเรียในลำไส้ โดยเฉพาะอาหารบางชนิด เช่น ถั่ว บรอกโคลี กะหล่ำปลี การดูดซึมสารอาหารที่ไม่สมบูรณ์ในลำไส้เล็ก โดยปกติแล้วคนทั่วไปจะผายลมประมาณ 14-23 ครั้ง ต่อวัน ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติและไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย เมื่อไหร่ที่การเกิดตดถือว่าผิดปกติ? แม้การตดจะเป็นเรื่องปกติ แต่หากคุณมีอาการดังต่อไปนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม ผายลมบ่อยกว่า 25 ครั้ง ต่อวั...

เจาะลึกโลกของกิ้งกือ : สัตว์ร้อยขา...จริงดิ?

เจาะลึกโลกของกิ้งกือ : สัตว์ร้อยขา...จริงดิ? เจาะลึกโลกของกิ้งกือ : สัตว์ร้อยขา...จริงดิ? เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า ทำไมเราถึงเรียกเจ้าสัตว์ตัวน้อยที่คอยช่วยย่อยสลายใบไม้ในสวนหลังบ้านว่า “กิ้งกือ”? หรือที่เรียกแบบนี้เพราะมันมีขามากมายเหมือนกับร้อยขาอย่างนั้นหรือ? แต่รู้หรือไม่ว่า เจ้ากิ้งกือตัวเล็ก ๆ นี่ไม่ได้มีขามากถึงร้อยเหมือนชื่อเรียกหรอกนะ จริงอยู่ว่ากิ้งกือนั้นขึ้นชื่อเรื่องการมีขาเยอะมาก แต่จำนวนขาของพวกมันก็ไม่ได้มากมายถึง 100 ขาเหมือนชื่อเรียกหรอกนะ ที่จริงแล้ว กิ้งกือส่วนใหญ่ที่เราพบเห็นกันทั่วไปนั้นจะมีจำนวนขาอยู่ที่ประมาณ 30 ถึง 400 ขาเท่านั้น แต่เดี๋ยวก่อน... อย่าเพิ่งคิดว่า 400 ขานั้นเยอะแล้วนะ เพราะในโลกใบนี้ยังมีกิ้งกือบางชนิดที่สามารถมีขาได้มากกว่านั้นอีกหลายเท่า! มีการค้นพบกิ้งกือบางสายพันธุ์ที่มีจำนวนขามากถึง 750 ขาเลยทีเดียว แล้วเจ้ากิ้งกือพวกนี้มันใช้ชีวิตอยู่กับขาจำนวนมากขนาดนั้นได้ยังไงนะ? นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าขาจำนวนมากของกิ้งกือนั้นช่วยให้มันเคลื่อนที่ไปในดินหรือซอกหินได้สะดวก นอกจากนี้ยังช่วยในการทรงตัวและหลบหลีกศัตรูได้ดีอีกด้วย ถ...

การทดลองทางคลินิกในไอร์แลนด์ท้าทายความเชื่อเกี่ยวกับ Ozempic และยารักษาโรคอ้วนรุ่นใหม่

การทดลองทางคลินิกในไอร์แลนด์ท้าทายความเชื่อเกี่ยวกับ Ozempic และยารักษาโรคอ้วนรุ่นใหม่ การทดลองทางคลินิกในไอร์แลนด์ท้าทายความเชื่อเกี่ยวกับ Ozempic และยารักษาโรคอ้วนรุ่นใหม่ โรคอ้วนเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลก และไอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งในประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคอ้วนสูง การรักษาโรคอ้วนในปัจจุบันมีหลากหลายวิธี ตั้งแต่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกาย ไปจนถึงการใช้ยารักษาโรคอ้วน Ozempic และยารักษาโรคอ้วนรุ่นใหม่อื่นๆ เช่น Wegovy และ Saxenda ซึ่งเป็นยาในกลุ่ม GLP-1 receptor agonists กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในฐานะทางเลือกใหม่สำหรับการรักษาโรคอ้วน อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้ก็มาพร้อมกับความเชื่อและความเข้าใจผิดต่างๆ การทดลองทางคลินิกที่กำลังดำเนินการอยู่ในไอร์แลนด์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการให้ข้อมูลเชิงประจักษเพื่อท้าทายความเชื่อเหล่านั้นและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประสิทธิภาพและความปลอดภัยของยารักษาโรคอ้วนกลุ่มนี้ ความเชื่อที่ 1: ยารักษาโรคอ้วนเป็นทางลัด หลายคนเชื่อว่าการใช้ยารักษาโรคอ้วนเป็นทางลัดในการลดน้ำหนักโดยไม่ต้องพยายาม การทดลองทางคลินิกใ...