ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทารกแรกเกิดมองเห็นโลกเป็นสีขาวดำ! การมองเห็นสีจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต

ทารกแรกเกิดมองเห็นโลกเป็นสีขาวดำ! การมองเห็นสีจะพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ในช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต

คุณพ่อคุณแม่อาจเคยได้ยินกันมาบ้างว่า ทารกแรกเกิดนั้นไม่สามารถมองเห็นสีสันได้เหมือนกับผู้ใหญ่ และโลกทั้งใบของพวกเขาในช่วงแรกนั้น เต็มไปด้วยเพียงแค่สีขาว สีเทา และสีดำ คล้ายกับภาพยนตร์ขาวดำยุคเก่า แต่นั่นเป็นเรื่องจริงแค่ไหน? บทความนี้จะพาคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านไปสำรวจข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพัฒนาการการมองเห็นของทารกแรกเกิด พร้อมไขข้อข้องใจว่า จริงๆ แล้ว พวกเขามองเห็นโลกเป็นสีขาวดำ จริงหรือ?

ความจริงเกี่ยวกับการมองเห็นของทารกแรกเกิด

ในความเป็นจริงแล้ว ทารกแรกเกิดไม่ได้มองเห็นโลกเป็นสีขาวดำแบบที่หลายคนเข้าใจ แม้ว่าการมองเห็นของพวกเขาจะยังพัฒนาได้ไม่เต็มที่นัก แต่พวกเขาก็สามารถรับรู้ถึงแสงและเงา รวมไปถึงความแตกต่างของสีได้บ้างในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะสีที่มีความเข้มและตัดกันอย่างชัดเจน เช่น สีดำ สีขาว และสีแดง

สาเหตุที่การมองเห็นสีของทารกแรกเกิดยังไม่ชัดเจน เป็นเพราะเซลล์รูปกรวย (cone cells) ซึ่งเป็นเซลล์รับแสงที่ทำหน้าที่รับรู้สี บริเวณจอประสาทตายังพัฒนาได้ไม่เต็มที่นัก เซลล์รูปกรวยเหล่านี้จะค่อยๆ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ ตลอดช่วง 6 เดือนแรกของชีวิต ทำให้ทารกเริ่มมองเห็นสีสันได้มากขึ้น และชัดเจนขึ้นตามลำดับ

ลำดับการมองเห็นสีของทารก

โดยทั่วไปแล้ว ลำดับการมองเห็นสีของทารกในช่วง 6 เดือนแรก จะเป็นไปตามลำดับดังนี้

ช่วงอายุ สีที่เริ่มมองเห็น
แรกเกิด - 2 เดือน สีแดง, สีดำ, สีขาว
3 เดือน สีเหลือง, สีส้ม
4 - 6 เดือน สีเขียว, สีน้ำเงิน, สีม่วง

อย่างไรก็ตาม พัฒนาการของทารกแต่ละคนอาจแตกต่างกันออกไป บางคนอาจมองเห็นสีได้เร็วกว่าปกติ ในขณะที่บางคนอาจใช้เวลานานกว่าเล็กน้อย ดังนั้น หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็นของลูกน้อย เช่น ไม่สบตา ไม่สนใจของเล่นที่มีสีสันสดใส ควรรีบพาไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับคำแนะนำที่ถูกต้องต่อไป

Fun Fact เกี่ยวกับการมองเห็นของทารก

รู้หรือไม่ว่า? ทารกแรกเกิดสามารถมองเห็นสิ่งของที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 8-12 นิ้ว ได้ชัดเจนที่สุด ซึ่งเป็นระยะห่างที่พอดีกับใบหน้าของพ่อแม่ นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทารกจึงมักมองหน้าพ่อแม่ของตัวเองอย่างตั้งใจ เพราะเป็นระยะที่พวกเขามองเห็นได้ชัดเจนที่สุดนั่นเอง

#ทารกแรกเกิด #การมองเห็น #พัฒนาการเด็ก #สีสัน

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ"

ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" ผลกระทบจากวิกฤตการณ์โควิด-19 ต่อการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: บทเรียนจาก Lower Silesia กับแนวคิด "หนี้สุขภาพ" การระบาดของโรคโควิด-19 ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบสาธารณสุขทั่วโลก หนึ่งในผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาวะ "หนี้สุขภาพ" (Health Debt) ซึ่งหมายถึง การเลื่อน หรือ ละเลยการรักษาโรคเรื้อรัง หรือ โรคอื่นๆ เนื่องจากทรัพยากรด้านสาธารณสุขถูกนำไปใช้รับมือกับวิกฤตการณ์โควิด-19 บทความวิจัย JCM, Vol. 13, Pages 4923: The Concept of Health Debt Incurred during the COVID-19 Pandemic on the Example of Basal Cell Skin Cancer Diagnosis in Lower Silesia ได้นำเสนอตัวอย่างที่น่าสนใจเกี่ยวกับภาวะ "หนี้สุขภาพ" นี้ ผ่านการศึกษาการวินิจฉัยโรคมะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล ในภูมิภาค Lower Silesia ประเทศโปแลนด์ มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล: โรคที่ไม่ควรมองข้าม มะเร็งผิวหนังชนิดเซลล์เบซัล (B...

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย

งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย งูปล้องฉนวน สัตว์เลื้อยคลานขนาดเล็กที่พบเฉพาะในถ้ำของประเทศไทย ประเทศไทยนั้น นอกจากจะเป็นดินแดนแห่งรอยยิ้มและอาหารรสเลิศแล้ว ยังเป็นบ้านของสัตว์น้อยใหญ่หลากหลายสายพันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งประเทศไทยติดอันดับต้นๆ ของโลกในด้านความหลากหลายทางชีวภาพของสัตว์กลุ่มนี้ และหนึ่งในนั้นคืองู หนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานที่คนไทยส่วนใหญ่มักจะรู้สึกกลัวเมื่อพบเจอ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับงูชนิดหนึ่ง ที่มีขนาดเล็ก อาศัยอยู่ในถ้ำ และไม่มีพิษภัย นั่นก็คือ “งูปล้องฉนวน” สัตว์เลื้อยคลานหายากที่พบได้เฉพาะในถ้ำของประเทศไทยเท่านั้น ลักษณะทั่วไปของงูปล้องฉนวน งูปล้องฉนวน (Indotyphlops braminus) หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า งูบอด หรือ งูดิน เป็นงูขนาดเล็กมาก มีลำตัวเรียวยาวคล้ายไส้เดือน ความยาวลำตัวเต็มที่ไม่เกิน 20 เซนติเมตร ลักษณะเด่นคือ มีเกล็ดขนาดเล็กเรียบลื่นเป็นมันวาวสีดำคล้ำหรือสีน้ำตาลเข้...

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย

รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย รู้ลึกร้อน กับ 'บันย่า' ห้องอบไอน้ำสุดฮิตสไตล์รัสเซีย แม้ชื่อประเทศจะฟังดูหนาวเหน็บ แต่ใครจะรู้ว่าชาวรัสเซียเขาก็มีวิธีคลายหนาว (และดูแลสุขภาพ) สุดแปลกแหวกแบบฉบับของตัวเอง นั่นก็คือการเข้า 'บันย่า' (Banya) หรือห้องอบไอน้ำแบบรัสเซียนั่นเอง! บอกเลยว่าวัฒนธรรมการอบไอน้ำแบบนี้ ไม่ใช่แค่เข้าไปนั่งเฉยๆ แล้วออกมาสวยหล่อเท่านั้น แต่เต็มไปด้วยขั้นตอนและพิธีกรรมที่น่าสนใจอีกเพียบ อบอุ่นแบบลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่เรื่องผิวกาย หลายคนอาจจะงงว่า เอ๊ะ แล้วทำไมชาวรัสเซียถึงชอบอบไอน้ำกันนัก? เหตุผลหลักๆ เลยก็คือ 'บันย่า' ถือเป็นวัฒนธรรมที่อยู่คู่กับชาวรัสเซียมายาวนานกว่า 2,000 ปี โดยในสมัยก่อนนั้น 'บันย่า' เปรียบเสมือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา รวมถึงเป็นสถานที่คลอดบุตรด้วยซ้ำ! แต่ในปัจจุบัน 'บันย่า' กลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตสำหรับทุกเพศทุกวัยที่ทำได้เป็นประถมกิจวัตร ไม่ว่าจะหนุ่มสาว ครอบครัว หรือแม้แต่กลุ...